Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งและคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้นแสงจันทร์ย่อมส่องสว่างทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง พยานซุ่ม ดู ประมาณ 4-5 นาทีนานพอจะเห็นจำเลยที่ 1 ได้ถนัด แม้จะเห็นด้านข้างและพยานเคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อน ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1หลังเกิดเหตุแล้ววันรุ่งขึ้นตอนเช้า พยานก็รีบไปแจ้งให้มารดาผู้เสียหาย และตำรวจทราบว่าจำเลยที่ 1 ร่วมเป็นคนร้ายที่ตัดงาช้าง ของผู้เสียหายด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำผิด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2531 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คน ที่หลบหนีได้ร่วมกันลักตัดเอางาช้าง 1 คู่ ราคา 40,000 บาท ของนายจะดี ไม่มีนามสกุล ผู้เสียหายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่2322/2531 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนงาช้าง 1 คู่หรือใช้ราคางาช้าง 40,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2322/2531ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335(1), (7) และวรรคสาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี โดยให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2322/2531 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยที่ 1คืนงาช้าง 1 คู่ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 40,000 บาท แทนแก่ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักตัดงาช้าง 1 คู่ ราคา 40,000 บาท ของผู้เสียหายไป ปัญหามีว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานคือนายเหย่พอ ไม่มีนามสกุล เบิกความว่า ซุ่มดูคนร้าย 5 คนกำลังร่วมกันตัดงาช้างของผู้เสียหาย โดยซุ่มดูห่างประมาณ 15 เมตร เห็นจำเลยที่ 1 กำลังเกาหูช้างโดยจำเลยที่ 1 หันข้างมาทางนายเหย่พอจึงเห็นหน้าและจำได้

ศาลฎีกาเห็นว่านายเหย่พอซุ่มดูอยู่ไม่ไกลนักสถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 9.1 และในคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้น 14 ค่ำเดือน 8 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา ซึ่งพระจันทร์ขึ้นแล้ว แสงจันทร์ย่อมส่องสว่าง ทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง นายเหย่พอซุ่มดูประมาณ 4-5 นาที นานพอจะเห็นจำเลยได้ถนัดแม้จะเห็นด้านข้าง และนายเหย่พอก็รู้จักจำเลยที่ 1มาก่อนเกิดเหตุเนื่องจากจำเลยที่ 1 เคยรับจ้างทำงานที่หมู่บ้านของนายเหย่พอจึงน่าเชื่อว่านายเหย่พอจำจำเลยที่ 1 ได้ไม่ผิดตัว ทั้งนายเหย่พอไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยที่ 1 หลังจากเกิดเหตุแล้ว วันรุ่งขึ้นตอนเช้านายเหย่พอก็รีบไปแจ้งข่าวให้มารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายทราบโดยบอกว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายที่ร่วมตัดงาช้างของผู้เสียหายรวมทั้งแจ้งต่อสิบตำรวจโทสุทัศน์

นะที พยานโจทก์ในวันนั้นระบุว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายด้วย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1ได้ นายเหย่พอก็ชี้ตัวยืนยันว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลักงาช้างไปข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดดังฟ้องโจทก์จริง ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับนายเหย่พอมาก่อน เพราะจำเลยที่ 1 เคยไปทวงหนี้ค่าปลากระป๋องและกางเกงรวมเป็นเงิน 160 บาทจากนายเหย่พอแล้วทะเลาะกัน เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีเหตุผลพอทั้งพยานฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ก็ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้