Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย ไม่ว่าการที่โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับนั้นจะต้องด้วยระเบียบว่าด้วยวินัยส่วนใดและมีโทษเป็นประการใดจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวได้ ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยมีระเบียบการจ่ายเงินโบนัสแก่ลูกจ้างที่มีความดีความชอบปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียรเป็นประโยชน์แก่จำเลย ไม่เป็นผู้ที่ได้รับการลงโทษจากจำเลยไม่ว่าสถานใดสถานหนึ่ง เมื่อโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยสูญหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับโบนัสตามระเบียบ และการที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวในระหว่างวันที่ 21 - 25 กุมภาพันธ์ 2529 แต่จำเลยเพิ่งออกคำสั่งลงโทษไล่โจทก์ออกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2530 เพราะต้องใช้เวลาสอบสวนความจริง ก็ถือได้ว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยระหว่างวันที่ 21 - 25 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับโทษจากจำเลยตามระเบียบการจ่ายโบนัสดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่โจทก์กระทำผิด นับแต่นั้นมาจำเลยย่อมไม่ต้องจ่ายโบนัสให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยในตำแหน่งสมุห์บัญชีสาขาราชบุรี ได้เกิดเหตุเงินจำเลยจำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยในห้องมั่นคง ถูกคนร้ายซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครลักไป อีกประมาณ ๑ ปี ต่อมาจำเลยไล่โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่ได้ทำผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินสะสม เงินรางวัลพิเศษ (โบนัส) รวมเป็นค่าเสียหาย ๑,๙๙๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามกฎข้อบังคับ คำสั่ง หรือระเบียบของจำเลย เนื่องจากละเลยปล่อยให้พนักงานอื่นเปิดปิดประตูห้องมั่นคงโดยโจทก์ไม่ควบคุมดูแลตามหน้าที่ ทำให้คนร้ายเอากุญแจที่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ไปไขตู้นิรภัยห้องมั่นคงลักเงินสดไป อันเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินต่างๆ ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔๙ ซึ่งตามบทกฎหมายดังกล่าว การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหมายถึงการเลิกจ้างโดยไม่ปรากฏเหตุแห่งการเลิกจ้าง แต่คดีของโจทก์ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ตระหนักดีว่าลูกกุญแจทุกดอกที่อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์มีความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของทรัพย์สินแต่กลับปล่อยปละละเลยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบโดยให้ผู้อื่นซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่มีส่วนร่วมในการนำไปใช้และเก็บรักษากุญแจห้องมั่นคงและประตูลูกกรงเหล็ก โดยอ้างว่าเพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน

เหตุทั้งนี้เกิดขึ้นเพราะโจทก์ไปทำงานสายอยู่เป็นประจำ ก่อนจะเกิดเหตุ โจทก์ลืมกุญแจตู้นิรภัยในห้องมั่นคงจำนวน ๒ดอก เป็นดอกที่โจทก์จะต้องรับผิดชอบ ๑ ดอก ที่ผู้จัดการสาขาจะต้องรับผิดชอบอีก ๑ ดอก ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ทำให้คนร้ายนำกุญแจนั้นไปใช้ได้ ความเสียหายของจำเลยจึงเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุ กล่าวคือ เลิกจ้างเพราะโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างได้และไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมไม่ว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโจทก์จะต้องด้วยระเบียบว่าด้วยวินัยส่วนใดข้อใดของจำเลย และโทษตามระเบียบดังกล่าวควรจะเป็นประการใดก็หาทำให้การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมไม่

สำหรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าเงินโบนัสหรือเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษตามระเบียบระบุว่า ผู้ได้รับการลงโทษจากจำเลยไม่ว่าสถานใดไม่มีสิทธิได้รับหมายความว่า ผู้นั้นได้รับการลงโทษจากจำเลยแล้ว ตามฟ้องของโจทก์และจากการนำสืบได้ความว่า จำเลยไม่ได้จ่ายโบนัสให้โจทก์ ๒ ครั้ง ในระหว่างสอบสวน ในช่วงเวลาดังกล่าวจำเลยยังไม่ได้ชี้ชัดว่าผู้ใดจะได้รับการลงโทษจากจำเลยบ้าง โจทก์ยังมิใช่ผู้ได้รับการลงโทษจากจำเลย จึงยังมีสิทธิได้รับเงินโบนัส ๒๒,๗๐๐ บาทเพราะจำเลยเพิ่งมีคำสั่งลงโทษโจทก์เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ นั้น เห็นว่าตามระเบียบของจำเลยเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษ ตามเอกสารหมาย จ.๖ ส่วนที่ ๓ กำหนดว่า โดยที่ธนาคารได้พิจารณาเห็นว่า

พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารที่ปฏิบัติหน้าที่มาด้วยความขยันหมั่นเพียร บำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของธนาคารสมควรที่จะได้รับผลประโยชน์เป็นการตอบแทน จึงได้กำหนดระเบียบการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพพิเศษขึ้นไว้ ดังนี้ ฯลฯ ๒.๓.๒ ไม่เป็นผู้ที่ได้รับการลงโทษจากธนาคารไม่ว่า สถานใดสถานหนึ่ง แม้แต่ถูกตำหนิโทษหรือถูกภาคทัณฑ์ในระหว่างงวดการบัญชีดังกล่าวมาแล้วในข้อ ๒.๓.๑ ฯลฯ ตามระเบียบดังกล่าวของจำเลยเห็นได้ว่า จำเลยจะจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานที่มีความดีความชอบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียร เป็นประโยชน์ต่อธนาคารเท่านั้น สำหรับโจทก์นั้นปรากฏว่าได้ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยสูญหายไปเป็นจำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ

โจทก์จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับโบนัสตามระเบียบดังกล่าว และการที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนระเบียบเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ระหว่างวันที่๒๑ - ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ แล้ว แม้จำเลยเพิ่งออกคำสั่งลงโทษโจทก์ด้วยการไล่ออกเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ เพราะต้องใช้เวลาสอบสวนหาความจริงก็ต้องถือว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยตั้งแต่ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับโทษจากธนาคารตามระเบียบตามเอกสารหมาย จ.๖ ส่วนที่ ๓ ข้อ ๒.๓.๒ ตั้งแต่วันที่โจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับ นับแต่นั้นมาจำเลยย่อมไม่ต้องจ่ายโบนัสให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายธวัชชัย พิทักษ์พลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9139/2553

กรณีที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน ตามขอซึ่งน้อยกว่าสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน แม้ตามกฎหมายแรงงานในส่วนที่เกี่ย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้