Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11530/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกล่าวหาและจับกุมจำเลยดำเนินคดี แม้มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากคำซัดทอดของ ส. ที่ถูกจับกุมในคดีอื่น แต่ ส. ให้การต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่ ส. เป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะผู้ต้องหาและในฐานะพยานหลังถูกจับกุมเพียง 1 วัน จึงเป็นการยากที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวให้ผิดไปจากความจริงและในคดีดังกล่าว ส. ก็ให้การรับสารภาพ จึงมิใช่เป็นการซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดโดยปัดความผิดไปให้จำเลยเพียงผู้เดียว หากเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าการปรักปรำจำเลยเสียอีก ครั้นพันตำรวจโท ป. สอบปากคำหลังถูกจับกุมนานเดือนเศษ ส. ยังคงยืนยันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยเช่นเดิม และยังนำชี้สถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกับชี้ภาพถ่ายของจำเลยสอดคล้องกับเรื่องราวที่ให้การไว้ต่อพันตำรวจโท ข. และพันตำรวจโท ป. โดยตรวจพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของ ส. เข้าบัญชีของจำเลยรวมทั้งมีการยึดรถกระบะได้จากจำเลย ล้วนมีแหล่งที่มาจากคำให

เนื้อความคำพิพากษา

การกล่าวหาและจับกุมจำเลยดำเนินคดี แม้มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากคำซัดทอดของ ส. ที่ถูกจับกุมในคดีอื่น แต่ ส. ให้การต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่ ส. เป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะผู้ต้องหาและในฐานะพยานหลังถูกจับกุมเพียง 1 วัน จึงเป็นการยากที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวให้ผิดไปจากความจริงและในคดีดังกล่าว ส. ก็ให้การรับสารภาพ จึงมิใช่เป็นการซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดโดยปัดความผิดไปให้จำเลยเพียงผู้เดียว หากเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าการปรักปรำจำเลยเสียอีก ครั้นพันตำรวจโท ป. สอบปากคำหลังถูกจับกุมนานเดือนเศษ ส. ยังคงยืนยันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยเช่นเดิม และยังนำชี้สถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกับชี้ภาพถ่ายของจำเลยสอดคล้องกับเรื่องราวที่ให้การไว้ต่อพันตำรวจโท ข. และพันตำรวจโท ป. โดยตรวจพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของ ส. เข้าบัญชีของจำเลยรวมทั้งมีการยึดรถกระบะได้จากจำเลย ล้วนมี

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7661/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2194/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1865/2551
แหล่งที่มา
จากคำให้การของ ส. ทั้งสิ้น และในชั้นพิจารณา ส. ยังเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าพยานได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยและเคยโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย แม้คำเบิกความของ ส. ถือเป็นคำซัดทอดและ ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านไม่ตรงกับที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกอันเป็นการไม่อยู่กับร่องกับรอย เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่รูปคดีตามข้อต่อสู้ของจำเลย คำของ ส. ที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกจึงเชื่อถือได้มากกว่า เมื่อนำคำซัดทอดของ ส. ในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาตามที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก มาพิจารณารับฟังประกอบกันหลักฐานที่ ส. โอนเงินให้แก่จำเลยก่อน ส. ถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้ ส. จริงโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 100/1 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2)), 66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี และปรับ 600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ทั้งนี้ให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปีแต่มิให้เกินสองปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกล่าวหาและจับกุมจำเลยดำเนินคดี แม้มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากคำซัดทอดของนายสมโภชที่ถูกจับกุมในคดีอื่น แต่นายสมโภชให้การต่อพันตำรวจโทขวัญเมืองพนักงานสอบสวนในคดีที่นายสมโภชเป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะผู้ต้องหาและในฐานะพยาน ตามบันทึกคำให้การหลังถูกจับกุมเพียง 1 วัน จึงเป็นการยากที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวให้ผิดไปจากความจริงและในคดีดังกล่าวนายสมโภชก็ให้การรับสารภาพ จึงมิใช่เป็นการซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดโดยปัดความผิดไปให้จำเลยเพียงผู้เดียว หากเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าการปรักปรำจำเลยเสียอีก ครั้นพันตำรวจโทประยูรสอบปากคำเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2550 หลังถูกจับกุมนานเดือนเศษ นายสมโภชยังคงยืนยันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยเช่นเดิมตามบันทึกคำให้การ และยังนำชี้สถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกับชี้ภาพถ่ายของจำเลย สอดคล้องกับเรื่องราวตามที่นายสมโภชให้การไว้ต่อพันตำรวจโทขวัญเมืองและพันตำรวจโทประยูร โดยการตรวจพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของนายสมโภชเข้าบัญชีของจำเลยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท ตามรายการบัญชี รวมทั้งการที่สามารถยึดรถกระบะหมายเลขทะเบียน ผจ 2440 เชียงใหม่ ได้จากจำเลย ล้วนมีแหล่งที่มาจากคำให้การของนายสมโภชทั้งสิ้น ครั้นจับกุมจำเลยได้นายสมโภชยังชี้ตัวจำเลยยืนยันว่าเป็นผู้ที่จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่นายสมโภช และในชั้นพิจารณานายสมโภชยังเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า พยานได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยที่หน้าวัดศรีครินทรารามเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2550 พยานเคยซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย 2 ครั้ง รวมทั้งเมทแอมเฟตามีน 200 เม็ด ของกลางด้วย ครั้งแรกซื้อ 400 เม็ด ครั้งหลัง 200 เม็ด และพยานเคยโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย 2 ครั้ง วันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท แม้คำเบิกความของนายสมโภชถือเป็นคำซัดทอดและนายสมโภชเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า พยานซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 2 ครั้ง ครั้งละ 200 เม็ด เงินที่พยานโอนให้จำเลยเป็นค่าอาวุธปืน กับเบิกความตอบโจทก์ถามติงว่าพยานซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายเอ๋อ ไม่ใช่จากจำเลย เหตุที่ซัดทอดจำเลยเนื่องจากไม่พอใจที่จำเลยทวงเงินค่าอาวุธปืนที่จำเลยฝากพยานซื้อไม่ตรงกับที่นายสมโภชเบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก อันเป็นการไม่อยู่กับร่องกับรอยและยังเป็นการเจือสมกับที่จำเลยนำสืบถึงสาเหตุที่นายสมโภชโอนเงินให้แก่จำเลย 2 ครั้ง ว่า เมื่อปี 2548 จำเลยไปเที่ยวจังหวัดแพร่และได้รู้จักกับนายสมโภช โดยการแนะนำของนายนิดซึ่งเป็นเพื่อนของจำเลย เดือนเมษายน 2550 จำเลยบอกนายสมโภชว่าต้องการอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก และบอกรุ่นด้วย นายสมโภชบอกว่าพอหาได้ เดือนพฤษภาคม 2550 นายสมโภชแจ้งว่าหาอาวุธปืนได้แล้วจำเลยจึงขับรถกระบะหมายเลขทะเบียน ผจ 2440 เชียงใหม่ จากจังหวัดเชียงใหม่ไปดูอาวุธปืนที่บ้านของนายสมโภชแต่ไม่ถูกใจเนื่องจากเก่าไม่สมราคาให้นายสมโภชเอาไปคืน นายสมโภชติดต่อกับคนที่หาอาวุธปืนให้ซึ่งก็รับปากว่าหาให้ได้ จำเลยจึงฝากเงินค่าอาวุธปืน 50,000 บาท ไว้ที่นายสมโภช อีกประมาณ 1 สัปดาห์ นายสมโภชบอกว่ามีอาวุธปืนใหม่เข้าให้ไปดู จำเลยจึงเดินทางไปที่บ้านนายสมโภช นายสมโภชโทรศัพท์ไปหาคนที่หาอาวุธปืนให้แต่บุคคลดังกล่าวบอกว่าไม่ว่างไม่สามารถนำอาวุธปืนไปให้ได้และให้จำเลยมอบเงินที่เหลือให้ด้วย อีก 2 ถึง 3 วัน ให้มารับอาวุธปืนได้ จำเลยจึงฝากเงินอีก 50,000 บาท ไว้ที่นายสมโภชแล้วเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อครบกำหนดจำเลยติดต่อไปหานายสมโภชแต่นายสมโภชบ่ายเบี่ยงและทราบว่านายสมโภชนำเงินไปใช้ จำเลยจึงขู่นายสมโภชว่าหากไม่รีบนำเงินมาคืนให้ระวังตัวและครอบครัวจะเดือดร้อน นายสมโภชจึงได้ผ่อนชำระและโอนเข้าบัญชีของจำเลยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท แต่เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลที่จำเลยจะต้องไปหาซื้ออาวุธปืนจากผู้ที่มิได้มีอาชีพหรือเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนและยังอยู่ในท้องที่ห่างไกล และไม่มีเหตุผลอีกเช่นกันที่จำเลยจะต้องมอบเงินค่าอาวุธปืนไว้ที่นายสมโภชถึงสองครั้งทั้ง ๆ ที่นายสมโภชหาอาวุธปืนให้ไม่ได้ โดยเฉพาะในครั้งหลังที่จำเลยต้องเสียเวลาเดินทางไปดูอาวุธปืนแต่นายสมโภชไม่มีอาวุธปืนให้จำเลยดู จึงไม่เชื่อว่าจำเลยจะยอมมอบเงินค่าอาวุธปืนให้นายสมโภชอีก ข้ออ้างของจำเลยไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง การที่นายสมโภชเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยดังกล่าว เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่รูปคดีตามข้อต่อสู้ของจำเลย คำของนายสมโภชที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกจึงเชื่อถือได้มากกว่า ส่วนที่นายสมโภชให้การตามบันทึกคำให้การ ว่า นายสมโภชซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 2 ครั้ง ครั้งละ 200 เม็ด ในราคาเม็ดละ 120 บาท แต่ให้การตามบันทึกคำให้การว่า ครั้งแรกซื้อ 400 เม็ด ครั้งหลัง 200 เม็ด ในราคาเม็ดละ 150 บาท ก็หาใช่เป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญไม่เพราะช่วงแรกที่ถูกจับกุมนายสมโภชตกอยู่ในภาวะสับสน จึงอาจให้การในรายละเอียดในบางช่วงบางตอนไม่ตรงกับความจริงก็เป็นได้ แต่หลักใหญ่ใจความนายสมโภชยังคงให้การตรงกันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลย เมื่อนำคำซัดทอดของนายสมโภชในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาตามที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก มาพิจารณารับฟังประกอบหลักฐานที่นายสมโภชโอนเงินให้แก่จำเลย 2 ครั้ง ในช่วงวันเวลาก่อนนายสมโภชถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน ตามรายการบัญชีเอกสาร และการที่นายสมโภชชี้ยืนยันจำเลยหลังการจับกุมจำเลย ตามภาพถ่ายแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้นายสมโภชจริง จำเลยจึงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง พยานอ้างฐานที่อยู่ของจำเลยที่ว่า วันที่ 9 มิถุนายน 2550 จำเลยและครอบครัวไปที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และเวลาเย็นไปรับประทานอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารแก้วปลาสด แม้มีนายทักษิณ นางสาวณิชกานต์ เป็นพยานสนับสนุน แต่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจำเลยโดยนายทักษิณเป็นเพื่อนร่วมงานและนางสาวณิชกานต์เป็นน้องของ นางสาวณัฐนันท์ ภริยาของจำเลย ย่อมต้องเบิกความเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่จำเลย จึงยากแก่การรับฟัง ส่วนรูปภาพขณะนั่งรับประทานอาหาร คงบอกเล่าเรื่องราวได้เพียงว่ามีการรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2550 เท่านั้น จึงมิใช่เป็นหลักฐานที่จะสามารถยืนยันได้มั่นคงว่าก่อนหน้านั้นจำเลยมิได้ไปพบและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายสมโภช ทำให้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11530/2555พนักงานอัยการจังหวัดแพร่โจทก์นายสุริยนต์หรืออั๋น กาวีย์จำเลย ป.วิ.อ. ม. 226/3 วรรคสอง, ม. 226/5, ม. 227 วรรคหนึ่ง, ม. 227/1 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคหนึ่ง, ม. 15 วรรคสาม (2), ม. 66 วรรคสองการกล่าวหาและจับกุมจำเลยดำเนินคดี แม้มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากคำซัดทอดของ ส. ที่ถูกจับกุมในคดีอื่น แต่ ส. ให้การต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่ ส. เป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะผู้ต้องหาและในฐานะพยานหลังถูกจับกุมเพียง 1 วัน จึงเป็นการยากที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวให้ผิดไปจากความจริงและในคดีดังกล่าว ส. ก็ให้การรับสารภาพ จึงมิใช่เป็นการซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดโดยปัดความผิดไปให้จำเลยเพียงผู้เดียว หากเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าการปรักปรำจำเลยเสียอีก ครั้นพันตำรวจโท ป. สอบปากคำหลังถูกจับกุมนานเดือนเศษ ส. ยังคงยืนยันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยเช่นเดิม และยังนำชี้สถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกับชี้ภาพถ่ายของจำเลยสอดคล้องกับเรื่องราวที่ให้การไว้ต่อพันตำรวจโท ข. และพันตำรวจโท ป. โดยตรวจพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของ ส. เข้าบัญชีของจำเลยรวมทั้งมีการยึดรถกระบะได้จากจำเลย ล้วนมีแหล่งที่มาจากคำให้การของ ส. ทั้งสิ้น และในชั้นพิจารณา ส. ยังเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าพยานได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยและเคยโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย แม้คำเบิกความของ ส. ถือเป็นคำซัดทอดและ ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านไม่ตรงกับที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกอันเป็นการไม่อยู่กับร่องกับรอย เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่รูปคดีตามข้อต่อสู้ของจำเลย คำของ ส. ที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกจึงเชื่อถือได้มากกว่า เมื่อนำคำซัดทอดของ ส. ในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาตามที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก มาพิจารณารับฟังประกอบกันหลักฐานที่ ส. โอนเงินให้แก่จำเลยก่อน ส. ถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้ ส. จริงโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 100/1 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2)), 66 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี และปรับ 600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ทั้งนี้ให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปีแต่มิให้เกินสองปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกล่าวหาและจับกุมจำเลยดำเนินคดี แม้มีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากคำซัดทอดของนายสมโภชที่ถูกจับกุมในคดีอื่น แต่นายสมโภชให้การต่อพันตำรวจโทขวัญเมืองพนักงานสอบสวนในคดีที่นายสมโภชเป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะผู้ต้องหาและในฐานะพยาน ตามบันทึกคำให้การหลังถูกจับกุมเพียง 1 วัน จึงเป็นการยากที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวให้ผิดไปจากความจริงและในคดีดังกล่าวนายสมโภชก็ให้การรับสารภาพ จึงมิใช่เป็นการซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดโดยปัดความผิดไปให้จำเลยเพียงผู้เดียว หากเป็นการบอกเล่าเรื่องราวในการกระทำความผิดของตนยิ่งกว่าการปรักปรำจำเลยเสียอีก ครั้นพันตำรวจโทประยูรสอบปากคำเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2550 หลังถูกจับกุมนานเดือนเศษ นายสมโภชยังคงยืนยันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยเช่นเดิมตามบันทึกคำให้การ และยังนำชี้สถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนกับชี้ภาพถ่ายของจำเลย สอดคล้องกับเรื่องราวตามที่นายสมโภชให้การไว้ต่อพันตำรวจโทขวัญเมืองและพันตำรวจโทประยูร โดยการตรวจพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของนายสมโภชเข้าบัญชีของจำเลยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท ตามรายการบัญชี รวมทั้งการที่สามารถยึดรถกระบะหมายเลขทะเบียน ผจ 2440 เชียงใหม่ ได้จากจำเลย ล้วนมีแหล่งที่มาจากคำให้การของนายสมโภชทั้งสิ้น ครั้นจับกุมจำเลยได้นายสมโภชยังชี้ตัวจำเลยยืนยันว่าเป็นผู้ที่จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่นายสมโภช และในชั้นพิจารณานายสมโภชยังเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า พยานได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยที่หน้าวัดศรีครินทรารามเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2550 พยานเคยซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย 2 ครั้ง รวมทั้งเมทแอมเฟตามีน 200 เม็ด ของกลางด้วย ครั้งแรกซื้อ 400 เม็ด ครั้งหลัง 200 เม็ด และพยานเคยโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย 2 ครั้ง วันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท แม้คำเบิกความของนายสมโภชถือเป็นคำซัดทอดและนายสมโภชเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า พยานซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 2 ครั้ง ครั้งละ 200 เม็ด เงินที่พยานโอนให้จำเลยเป็นค่าอาวุธปืน กับเบิกความตอบโจทก์ถามติงว่าพยานซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายเอ๋อ ไม่ใช่จากจำเลย เหตุที่ซัดทอดจำเลยเนื่องจากไม่พอใจที่จำเลยทวงเงินค่าอาวุธปืนที่จำเลยฝากพยานซื้อไม่ตรงกับที่นายสมโภชเบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก อันเป็นการไม่อยู่กับร่องกับรอยและยังเป็นการเจือสมกับที่จำเลยนำสืบถึงสาเหตุที่นายสมโภชโอนเงินให้แก่จำเลย 2 ครั้ง ว่า เมื่อปี 2548 จำเลยไปเที่ยวจังหวัดแพร่และได้รู้จักกับนายสมโภช โดยการแนะนำของนายนิดซึ่งเป็นเพื่อนของจำเลย เดือนเมษายน 2550 จำเลยบอกนายสมโภชว่าต้องการอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก และบอกรุ่นด้วย นายสมโภชบอกว่าพอหาได้ เดือนพฤษภาคม 2550 นายสมโภชแจ้งว่าหาอาวุธปืนได้แล้วจำเลยจึงขับรถกระบะหมายเลขทะเบียน ผจ 2440 เชียงใหม่ จากจังหวัดเชียงใหม่ไปดูอาวุธปืนที่บ้านของนายสมโภชแต่ไม่ถูกใจเนื่องจากเก่าไม่สมราคาให้นายสมโภชเอาไปคืน นายสมโภชติดต่อกับคนที่หาอาวุธปืนให้ซึ่งก็รับปากว่าหาให้ได้ จำเลยจึงฝากเงินค่าอาวุธปืน 50,000 บาท ไว้ที่นายสมโภช อีกประมาณ 1 สัปดาห์ นายสมโภชบอกว่ามีอาวุธปืนใหม่เข้าให้ไปดู จำเลยจึงเดินทางไปที่บ้านนายสมโภช นายสมโภชโทรศัพท์ไปหาคนที่หาอาวุธปืนให้แต่บุคคลดังกล่าวบอกว่าไม่ว่างไม่สามารถนำอาวุธปืนไปให้ได้และให้จำเลยมอบเงินที่เหลือให้ด้วย อีก 2 ถึง 3 วัน ให้มารับอาวุธปืนได้ จำเลยจึงฝากเงินอีก 50,000 บาท ไว้ที่นายสมโภชแล้วเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อครบกำหนดจำเลยติดต่อไปหานายสมโภชแต่นายสมโภชบ่ายเบี่ยงและทราบว่านายสมโภชนำเงินไปใช้ จำเลยจึงขู่นายสมโภชว่าหากไม่รีบนำเงินมาคืนให้ระวังตัวและครอบครัวจะเดือดร้อน นายสมโภชจึงได้ผ่อนชำระและโอนเข้าบัญชีของจำเลยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 จำนวน 30,000 บาท และวันที่ 8 มิถุนายน 2550 จำนวน 57,000 บาท แต่เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลที่จำเลยจะต้องไปหาซื้ออาวุธปืนจากผู้ที่มิได้มีอาชีพหรือเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนและยังอยู่ในท้องที่ห่างไกล และไม่มีเหตุผลอีกเช่นกันที่จำเลยจะต้องมอบเงินค่าอาวุธปืนไว้ที่นายสมโภชถึงสองครั้งทั้ง ๆ ที่นายสมโภชหาอาวุธปืนให้ไม่ได้ โดยเฉพาะในครั้งหลังที่จำเลยต้องเสียเวลาเดินทางไปดูอาวุธปืนแต่นายสมโภชไม่มีอาวุธปืนให้จำเลยดู จึงไม่เชื่อว่าจำเลยจะยอมมอบเงินค่าอาวุธปืนให้นายสมโภชอีก ข้ออ้างของจำเลยไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง การที่นายสมโภชเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยดังกล่าว เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่รูปคดีตามข้อต่อสู้ของจำเลย คำของนายสมโภชที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรกจึงเชื่อถือได้มากกว่า ส่วนที่นายสมโภชให้การตามบันทึกคำให้การ ว่า นายสมโภชซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย 2 ครั้ง ครั้งละ 200 เม็ด ในราคาเม็ดละ 120 บาท แต่ให้การตามบันทึกคำให้การว่า ครั้งแรกซื้อ 400 เม็ด ครั้งหลัง 200 เม็ด ในราคาเม็ดละ 150 บาท ก็หาใช่เป็นการแตกต่างกันในสาระสำคัญไม่เพราะช่วงแรกที่ถูกจับกุมนายสมโภชตกอยู่ในภาวะสับสน จึงอาจให้การในรายละเอียดในบางช่วงบางตอนไม่ตรงกับความจริงก็เป็นได้ แต่หลักใหญ่ใจความนายสมโภชยังคงให้การตรงกันว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลย เมื่อนำคำซัดทอดของนายสมโภชในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาตามที่เบิกความตอบโจทก์ในตอนแรก มาพิจารณารับฟังประกอบหลักฐานที่นายสมโภชโอนเงินให้แก่จำเลย 2 ครั้ง ในช่วงวันเวลาก่อนนายสมโภชถูกจับกุมเพียงไม่กี่วัน ตามรายการบัญชีเอกสาร และการที่นายสมโภชชี้ยืนยันจำเลยหลังการจับกุมจำเลย ตามภาพถ่ายแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้นายสมโภชจริง จำเลยจึงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง พยานอ้างฐานที่อยู่ของจำเลยที่ว่า วันที่ 9 มิถุนายน 2550 จำเลยและครอบครัวไปที่วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และเวลาเย็นไปรับประทานอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารแก้วปลาสด แม้มีนายทักษิณ นางสาวณิชกานต์ เป็นพยานสนับสนุน แต่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจำเลยโดยนายทักษิณเป็นเพื่อนร่วมงานและนางสาวณิชกานต์เป็นน้องของ นางสาวณัฐนันท์ ภริยาของจำเลย ย่อมต้องเบิกความเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่จำเลย จึงยากแก่การรับฟัง ส่วนรูปภาพขณะนั่งรับประทานอาหาร คงบอกเล่าเรื่องราวได้เพียงว่ามีการรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2550 เท่านั้น จึงมิใช่เป็นหลักฐานที่จะสามารถยืนยันได้มั่นคงว่าก่อนหน้านั้นจำเลยมิได้ไปพบและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายสมโภช ทำให้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น(วิรุฬห์ แสงเทียน-ปดารณี ลัดพลี-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี)ศาลจังหวัดแพร่ - นางปัทมาพร นาคเรืองศรีศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกัมปนาท วงษ์นราแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้