Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นของกรมสรรพสามิตที่มีข้อความระบุให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจผู้กำกับการตำรวจ นายอำเภอหรือปลัดกิ่งอำเภอมีอำนาจรับแจ้งความจากผู้ขอรับเงินรางวัลนำจับได้นั้น เมื่อได้ส่งไปยังกรมศุลกากรและกรมตำรวจ จนกระทั่งกรมตำรวจได้ออกแจ้งความต่อไปอีกนั้น ไม่เพียงแต่เป็นระเบียบภายในเท่านั้น แต่เป็นการออกโฆษณาภายนอกซึ่งคำมั่นที่จะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น เข้าลักษณะออกโฆษณาให้คำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 แล้วคำมั่นจะให้รางวัลตามระเบียบนี้ ถ้าจะไม่จ่ายเงินรางวัลหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบแล้ว จะต้องมีเหตุผลที่ชอบที่ควร หาใช่ว่าสุดแล้วแต่ใจโดยไม่มีเหตุที่ชอบที่ควรไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรับผิดชอบร่วมกันและแทนกันจ่ายเงินรางวัลฝิ่นให้โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 558,071.60 บาท กับดอกเบี้ยอีกเป็นเงิน 184,801 บาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์กับพวกเป็นผู้แจ้งความนำจับและทำการจับกุมฝิ่นรายนี้โดยชอบ มีสิทธิได้รับรางวัลนำจับตามระเบียบของกระทรวงการคลังจำเลย แต่ปรากฏว่าจับได้เฉพาะของกลาง ไม่มีตัวผู้ต้องหา โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รางวัลเพียง 4 ใน 5 เท่านั้นจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2 จ่ายเงินรางวัล 446,457.28 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2498 จนกว่าจะใช้เงินเสร็จจำเลยที่ 1, 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1, 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลล่างที่ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าโจทก์ที่ 1 กับพวกจับฝิ่นรายนี้มาโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ แล้วมาถูกพันตำรวจเอกจิตต์ กับพวกจับซ้อนขึ้นอีก ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่มาสู่ศาลฎีกามีดังนี้1. พฤติการณ์ของโจทก์ไม่เป็นการจับตามประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่นใดเลย เพราะไม่ได้จับบุคคลผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่ากระทำผิด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการจับฝิ่นของกลางโดยไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด ต้องตามระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่น พ.ศ. 2490 ข้อ 3 ค. แล้ว2. ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นเป็นเพียงระเบียบภายในไม่ใช่คำมั่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัลตามระเบียบนี้ ข้อนี้ได้ความว่ากรมสรรพสามิตจำเลยได้ส่งระเบียบไปยังกรมศุลกากรและกรมตำรวจและกรมตำรวจยังได้ออกแจ้งความต่อไปอีกทั้งข้อความตามระเบียบข้อ 15 ที่ระบุให้ข้าหลวงประจำจังหวัดผู้บังคับการตำรวจ ผู้กำกับการตำรวจ นายอำเภอหรือปลัดกิ่งอำเภอซึ่งเป็นข้าราชการกรม กระทรวงอื่น มีอำนาจรับแจ้งความจากผู้ขอรับเงินรางวัลนำจับได้ เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า

ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่น ไม่เพียงแต่จะเป็นระเบียบภายในเท่านั้นหากเป็นการออกโฆษณาออกไปภายนอกซึ่งคำมั่นที่จะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น เข้าลักษณะโฆษณาให้คำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 แล้ว3. จำเลยโต้แย้งว่า หากจะถือว่าระเบียบการจ่ายเงินเป็นคำมั่นแล้ว ข้อ 19 แห่งระเบียบนี้ จำเลยว่าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนอันจะสำเร็จได้หรือไม่แล้วแต่ใจของลูกหนี้เท่านั้น คำมั่นที่จะให้รางวัลตามระเบียบนี้ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความตามข้อ 19 แห่งระเบียบนี้แปลความได้ว่าการไม่จ่ายเงินรางวัลหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบนั้นจะต้องมีเหตุผลและเมื่อว่ากันในทางระเบียบราชการแล้ว เหตุผลนั้นก็ต้องเป็นเหตุผลที่ชอบที่ควร หาใช่ว่าสุดแล้วแต่ใจโดยไม่มีเหตุผลที่ชอบที่ควรไม่ เพราะฉะนั้น ระเบียบหรือคำมั่นตามระเบียบนี้ไม่เป็นโมฆะฎีกาจำเลยที่ 1, 2 ฟังไม่ขึ้นทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้