Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไม้ซึ่งแต่แรกจำเลยได้รับอนุญาตให้ทำ และมีไว้โดยชอบนั้นถ้าจำเลยจะมีไม้นั้นซึ่งได้แปรรูปแล้วไว้ในครอบครองต่อไป จำเลยก็ต้องได้รับอนุญาตอีกชั้นหนึ่ง มิฉะนั้นเป็นผิดตามมาตรา 48 การถากซ้อมไม้นั้นเป็นเสาโดยไม่ได้ขออนุญาต ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 50(1)จำเลยจึงมีความผิดฐานแปรรูปไม้ตามมาตรา 48 ด้วย และไม้นั้นเป็นไม้ที่มีไว้เนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ฯต้องริบตามมาตรา 74(อ้างฎีกาที่ 1551/2497)จำเลยกระทำผิด 2 กระทง คือ ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานมีไม้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลล่างลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาท แล้วลดรับสารภาพ ก็เห็นได้ว่า ลงโทษมาเฉพาะกระทงเดียว ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 73(2) แก้ไขโดย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้ว เพราะความผิดแต่ละกระทง โทษหนักเท่ากัน ศาลจะลงโทษกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวก็ได้ (อ้างฎีกาที่ 167/2507)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจทำการแปรรูปไม้เต็งและไม้รังรวม 100 ท่อน เนื้อไม้ 50.06 ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.แล้วจำเลยบังอาจมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันเป็นไม้แปรรูปดังกล่าว โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้ลงโทษจำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการแปรรูปไม้โดยไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจริงแต่ไม้ของกลางเป็นไม้ที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ทำไม้แล้วและได้เสียค่าภาคหลวงแล้ว จำเลยทำการแปรรูปไม้โดยถากซ้อมทำเป็นเสาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าพนักงานเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา และคืนไม้ของกลางศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4)

พ.ศ. 2503 มาตรา 17, 18 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาทลดรับกึ่ง มาตรา 78 จำคุก 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกรอ 1 ปี ริบไม้ของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ไม้รายนี้ แม้จำเลยได้รับอนุญาตให้ทำและมีไว้แต่แรกโดยชอบก็ตาม ถ้าจำเลยจะมีไม้รายนี้ซึ่งได้แปรรูปแล้วไว้ในครอบครองต่อไป จำเลยก็ต้องได้รับอนุญาตอีกชั้นหนึ่ง มิฉะนั้นจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 และที่จำเลยอ้างว่าจำเลยเพียงแต่ถากซ้อนไม้เป็นเสานั้น จำเลยก็ให้การรับว่าจำเลยไม่ได้ขออนุญาตต่อเจ้าพนักงาน จำเลยย่อมทำไม่ได้ จำเลยจะกระทำได้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50(1) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)

พ.ศ. 2494 มาตรา 13 ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตด้วยแล้ว จำเลยจึงผิดตามมาตรา 48 ด้วยไม้ของกลางจึงเป็นไม้ที่มีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ต้องริบตามมาตรา 74 ดังศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วในฎีกาที่ 1551/2497 แต่สมควรกล่าวไว้ด้วยว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิด 2 กระทงคือ ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งและฐานมีไม้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกระทงหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,000 บาท แล้วลดรับสารภาพ ก็เห็นได้ว่าได้ลงโทษมาเฉพาะกระทงเดียวตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73(2) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 อันเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้ว เพราะความผิดของจำเลยแต่ละกระทงดังกล่าวมีโทษหนักเท่ากัน ศาลจะลงโทษกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวก็ได้ นัยฎีกาที่ 167/2507 ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โพยม เลขยานนท์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้