Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 115/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทจากการรถไฟ แล้วให้จำเลยเช่าช่วงแม้ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษาสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับผู้ให้เช่าสิ้นอายุแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยผู้เช่าช่วงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์ โจทก์ซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งคืนตึกแถวให้ผู้ให้เช่าเมื่อสัญญาเช่าได้ระงับลงก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยให้ส่งมอบตึกแถวพิพาทซึ่งเช่าจากโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีข้อตกลงกันว่า ตึกแถวรวม ๗ ห้อง ซึ่งโจทก์สร้างลงในที่ดินดังกล่าวให้กรรมสิทธิ์เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทยยอมให้โจทก์มีสิทธิใช้อาคารตึกแถวนั้น โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทนมีกำหนด ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๔ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยยังให้โจทก์เช่าต่ออีก ๔ ปี นับแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๔ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเช่าตึกแถว เลขที่ ๑๖๗/๓ - ๔ จากโจทก์มีกำหนด ๙ ปี ๕ เดือน นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๕ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๑๔ ค่าเช่าเดือนละ ๓๐๐ บาท

เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไป จำเลยไม่ยอมออก โจทก์ให้ทนายความบอกเลิกการเช่ากับจำเลยทั้งสองและให้ขนย้ายออกไป จำเลยทราบแล้วไม่ปฏิบัติตามทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าเช่าที่ค้าง กับให้ใช้ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ตึกแถวเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์จริง เมื่อครบสัญญาแล้ว จำเลยที่ ๒ ก็ยังอยู่ในตึกแถวที่เช่าตลอดมา โจทก์ไม่เคยทวงค่าเช่า ไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาของโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากตึกแถวพิพาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๑๘ จนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอัตราเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ ส่วนการบังคับขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารคงมีผลเฉพาะเพียงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ (วันที่สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทยสิ้นกำหนด) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ปัญหาว่า เมื่อสัญญาเช่าตึกแถวระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทยสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อไปอีกหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สัญญาเช่าตึกแถวระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดเวลา ๕ ปี นับแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๔ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ และขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษา สัญญาเช่าดังกล่าวสิ้นอายุแล้วก็ตาม (ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๙) แต่เมื่อจำเลยผู้เช่าช่วงเข้าอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าซึ่งทำไว้กับโจทก์ โจทก์ซึ่งมีหน้าที่ต้องส่งคืนตึกแถวให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อสัญญาเช่าได้ระงับลงก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยให้ส่งมอบตึกแถวพิพาทซึ่งเช่าจากโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิในตึกแถวภายหลังสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พยนต์ ยาวะประภาษ · ผสม จิตรชุ่ม · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายอรุณ พิชญาพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้