Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1138/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ชนะคดีแล้ว โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้น อายัดเงินของจำเลยไว้จนกว่าคดีถึงที่สุดศาลชั้นต้นอนุญาต จึงต้องถือว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นมีผลต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุดต่อมาจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องและสั่งว่าหากติดใจอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่งครบกำหนดแล้วจำเลยไม่นำค่าธรรมเนียม มาชำระศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลย โจทก์ ยื่นคำแถลงว่า ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังไม่ทราบคำบังคับ ขอให้แจ้งคำบังคับให้จำเลยทราบ ดังนี้แม้คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังไม่ทราบคำบังคับเพื่อให้ปฏิบัติตาม คำพิพากษาต้องถือว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินของจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาคงมีผลต่อไปจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษานั้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) จำเลยไม่มีสิทธิ ขอให้ถอนการอายัดเงินดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้เงินต้นที่โจทก์ได้ชำระแทนจำเลยทั้งสองไปพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ก่อนพิพาทกันในคดีนี้ จำเลยที่ 2ได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลย คดีถึงที่สุด โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชนะคดีให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 500,000 บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินจำนวนดังกล่าวจนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุดศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้อายัดเงินจำนวนดังกล่าวต่อมาวันที่ 28 กันยายน 2522

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย วันที่ 8 ตุลาคม 2522 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอายัดเงินของจำเลยต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นอนุญาตวันที่ 28 ตุลาคม 2522

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษา โดยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องและสั่งว่าหากยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 7 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2524 ครั้นวันที่ 6 พฤษภาคม 2524 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนการอายัดเงินอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ชนะคดีแล้ว โจทก์ได้ขอให้ศาลชั้นต้นอายัดเงินของจำเลยต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงต้องถือว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินของจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาคงมีผลต่อไปจนกว่าคดีถึงที่สุด ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าจำเลยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 7 วันตามคำสั่งศาลอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลย โจทก์จึงได้ยื่นคำแถลงว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังไม่ทราบคำบังคับของศาล เพราะมิได้มาฟังคำพิพากษา ขอให้แจ้งคำบังคับให้จำเลยนำเงินมาชำระให้โจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าบังคับภายใน 30 วันและการส่งคำบังคับถ้าไม่พบตัวและไม่มีผู้ใดรับแทนก็ให้ปิดคำบังคับได้ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์2526 จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2526 ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ดำเนินการส่งคำบังคับให้จำเลยทั้งสองทราบ ดังนี้ แม้คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยทั้งสองยังไม่ทราบคำบังคับเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษา ต้องถือว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินของจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาคงมีผลต่อไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่าที่จำเลยเพื่อคำบังคับตามคำพิพากษานั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2)จำเลยทั้งสองจึงยังไม่มีสิทธิขอให้ถอนการอายัดเงินดังกล่าวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้