Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประกันภัยเป็นนิติกรรมในลักษณะประเภทของสัญญาอย่างหนึ่งเรียกว่าสัญญาประกันภัย ซึ่งเป็นผลให้เกิดนิติสัมพันธ์อันพึงต้องปฏิบัติระหว่างกันของคู่สัญญา แม้ตามกฎหมายจะบังคับว่าการทำสัญญาประกันภัยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติใช้บังคับเฉพาะแก่คู่สัญญาที่ได้มีการทำกันขึ้นเท่านั้น หามีผลผูกพันให้ใช้แก่บุคคลภายนอกไม่ พ. เป็นผู้เสียหายและเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งบทกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง ผู้เช่าซื้อรถยนต์ที่ชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบและกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังไม่โอนมาเป็นของผู้เช่าซื้อในขณะนั้นก็ตาม แต่ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิที่จะใช้รถยนต์ดังกล่าวหาประโยชน์ได้โดยชอบ อีกทั้งยังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพให้ใช้การได้ดีตลอดไป เมื่อได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกมาเป็นของผู้เช่าซื้อ หรือถ้าหากมีการเลิกสัญญา ผู้เช่าซื้อก็มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อในสภาพเดิม เมื่อมีการทำละเมิดเกิดความเสียหายแก่รถยนต์ดังกล่าว ผู้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะที่จะต้องเรียกค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ได้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน น.ย.๐๒๑๒๗ โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของครอบครองรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน พ.บ.๐๖๒๗๗ ร่วมกันและเป็นนายจ้างของนายชนิตย์ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๙ นายชนิตย์ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ด้วยความประมาท ขับด้วยความเร็วสูง และขับล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้าไปในช่องของรถที่จะแล่นสวนทางมาได้พุ่งเข้าชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ โดยแรงได้รับความเสียหาย โจทก์ที่ ๒ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าลากและซ่อมรถให้โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๑๓,๕๐๐ บาทโจทก์ที่ ๑ ต้องเสียค่าเช่ารถอื่นมาใช้ ๒๕ วัน เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท

รถเสื่อมสภาพคิดเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทและค่าเสียหายส่วนแรกที่โจทก์ที่ ๑ ต้องออกตามสัญญาประกันภัย ๕๐๐ บาท รวมเป็นค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๑ ๓๕,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างในผลแห่งการละเมิดของนายชนิตย์ส่วนจำเลยที่ ๓ ต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน พ.บ.๐๖๒๗๗ ได้ขายไปก่อนหน้าเกิดเหตุแล้ว จำเลยที่ ๓ ให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน น.บ.๐๒๑๒๗ และโจทก์ที่ ๒ ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์ดังกล่าว เหตุที่รถชนกันเพราะความประมาทของคนขับรถของฝ่ายโจทก์ รถเสียหายเล็กน้อยซ่อม ๗ วันเสร็จค่าซ่อมไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท ซ่อมแล้วไม่เสื่อมราคา ค่าเช่ารถอื่นมาใช้เสียค่าเช่าเพียงวันละ ๕๐ บาท จำเลยที่ ๓ ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน พ.บ.๐๖๒๗๗

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๒๕,๕๐๐ บาท และแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๓,๕๐ บาท จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายเป็นข้อแรกว่า ความรับผิดของผู้รับประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๗ บังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ การที่ศาลล่างทั้งสองฟังเพียงเฉพาะแต่การนำสืบด้วยพยานบุคคลของโจทก์โดยลำพังแล้ววินิจฉัย เชื่อว่าจำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน พ.บ.๐๖๒๗๗ เป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การประกันภัยเป็นนิติกรรมในลักษณะประเภทของสัญญาอย่างหนึ่งเรียกว่าสัญญาประกันภัย ซึ่งเป็นผลให้เกิดนิติสัมพันธ์อันพึงต้องปฏิบัติระหว่างกันของคู่สัญญา แม้ตามกฎหมายจะบังคับว่าการทำสัญญาประกันภัยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติใช้บังคับเฉพาะแก่คู่สัญญาที่ได้มีการทำกันขึ้นเท่านั้น หามีผลผูกพันให้ใช้แก่บุคคลภายนอกไม่โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งบทกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง การนำสืบและการรับฟังพยานของโจทก์ที่ ๑ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ จำเลยที่ ๓ ฎีกาข้อกฎหมายในข้อต่อมาว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเพียงผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น.ย.๐๒๑๒๗ มิได้เป็นเจ้าของ จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสื่อมราคาและค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ ๑ เช่าซื้อรถคันพิพาทมาจากร้านศรีมงคลนครนายก ดังนั้นแม้รถยนต์ดังกล่าวยังไม่ได้โอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ ๑ในขณะนั้นก็ตาม แต่โจทก์ที่ ๑ ในฐานะผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิที่จะใช้รถยนต์คันที่เช่าซื้อมานั้นหาประโยชน์ตนได้โดยชอบ อีกทั้งยังมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์คันนี้ให้อยู่ในสภาพให้ใช้การได้ดีตลอดไป เมื่อได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกมาเป็นของโจทก์ที่ ๑ หรือถ้าหากจะมีการเลิกสัญญา โจทก์ที่ ๑ ในฐานะผู้เช่าซื้อก็มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อในสภาพเดิม ดังนั้นเมื่อมีการทำละเมิดเกิดความเสียหายแก่รถยนต์คันดังกล่าว โจทก์ที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะที่จะต้องเรียกค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งค่าเสื่อมราคาของรถได้ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไพโรจน์ รัตนอุดม
ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้