Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้บังคับกองตำรวจสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นตำรวจใต้บังคับบัญชาไปจับกุมผู้ต้องหาโดยไม่ได้ออกหมายจับ จำเลยไปจับผู้ต้องหาโดยเข้าใจว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะได้ถือเป็นหลักปฏิบัติกันตลอดมาว่าไปจับได้ แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการมิชอบ จำเลยทั้งสองก็ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 รับราชการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพัทลุง จำเลยที่ 4 เป็นราษฎรได้ร่วมกันกระทำผิดกล่าวคือได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ขู่เข็ญให้นายกลับ นางเลื่อน ส่งเงินให้ 500 บาท ถ้าไม่ให้จะจับกุมนายเริ่ม ต่อมาจำเลยที่ 1, 2, 3 ได้จับกุมนายเริ่มและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ที่สถานีตำรวจ นายเริ่มได้ร้องทุกข์แล้วขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 310, 337, 83จำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2, 3 จับนายเริ่มตามคำร้องทุกข์ไม่ได้กระทำโดยเจตนากลั่นแกล้ง ขาดเจตนาตามมาตรา 59 จึงไม่ผิดตามมาตรา 310 ส่วนข้อหาเรียกเอาเงินนั้น ไม่เชื่อพยานหลักฐานโจทก์

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 2, 3 จับนายเริ่มโดยไม่มีหมายจับเป็นการมิชอบ เพราะมิใช่เป็นความผิดซึ่งหน้า และกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 ข้อ 4 กล่าวคือการจับโดยไม่มีหมายจับนั้นจะต้องเป็นเรื่องแจ้งให้จับในปัจจุบันทันด่วน ไม่มีโอกาสที่จะย้อนกลับไปเอาหมายเรียกหรือหมายจับมาได้ทันท่วงที การที่พันตำรวจตรีประธานและจำเลยที่ 1 สั่งด้วยวาจาให้จำเลยที่ 2, 3 ไปจับกุมนายเริ่มด้วยวาจา เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะอ้างว่านางตำรวจเคยปฏิบัติกันมาดังนั้นหาได้ไม่พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 84 ให้จำคุกคนละ 3 เดือน ให้รอการลงโทษไว้คนละ 3 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1, 2, 3 ฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า

คดีมีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 2, 3 ไปจับนายเริ่มตามที่พันตำรวจตรีประธานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งสองสั่งให้ไปจับโดยไม่มีหมายจับนั้นจำเลยที่ 2, 3 จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ 2, 3 ไปจับนายเริ่มในกรณีดังกล่าวข้างต้น เป็นเรื่องไปจับตามคำสั่งของพันตำรวจตรีประธานซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ถึงแม้จะสั่งด้วยวาจามิได้ออกหมายจับให้ไปก็ดีจำเลยก็เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งได้ถือเป็นหลักปฏิบัติกันตลอดมาว่าไปจับได้ ทั้งตามพฤติการณ์ที่ปรากฏก็น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองน่าจะเข้าใจว่า ตามที่พันตำรวจตรีประธานสั่งให้ไปจับนายเริ่มด้วยวาจาโดยมิได้ออกหมายจับให้ไปนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะได้ถือปฏิบัติกันเช่นนั้นตลอดมาฉะนั้น ถึงแม้การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจะเป็นการมิชอบจำเลยทั้งสองก็ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70 ถึงแม้ในเบื้องต้นจำเลยที่ 1 จะเป็นผู้สั่งให้จำเลยที่ 2, 3 ไปจับก็ตามแต่ตอนไปจับ จำเลยที่ 2, 3 มิได้ไปจับตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1จึงมิได้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มณี ชุติวงศ์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · กิตติ สีหนนทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้