คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ชนะความจำเลยแล้วยึดทรัพย์ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ยึดบางอย่างผู้ร้องขายเชื่อให้จำเลยไปก่อนยึดเพียงวันเดียวยังไม่ได้รับชำระราคา จึงขอคืนทรัพย์นั้นให้ผู้ร้องหรือถ้าจำเป็นต้องขายก็ให้ผู้ร้องรับชำระหนี้ราคาก่อน เพราะผู้ร้องมีบุริมสิทธิ ศาลเดิมฟังว่าผู้ร้องขายเชื่อทรัพย์เหล่านั้น ให้จำเลยจริงและยังไม่ได้รับชำระราคา ผู้ร้องย่อมมีบุริมสิทธิพิเศษตาม ม.๒๕๙(๕) จึงสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์เหล่านั้นก่อนโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำร้องของผู้ร้องเป็นแต่เพียงกล่าวอ้างขึ้นมา มิได้มีคำพิพากษาแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยจริงและเวลานี้ไม่มีกฎหมายในวิธีบัญญัติกล่าวถึงการบังคับชำระหนี้ในหนี้บุริมสิทธิ การบังคับชำระหนี้บุริมสิทธิจึงต้องฟ้องร้องแลมีคำพิพากษาอย่างหนี้สามัญ และจะนำเรื่องร้องขัดทรัพย์มาอนโลมใช้กับคดีเรื่องนี้ไม่ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับศาลล่างว่าจะอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ยังไม่ได้ แต่คำพิพากษานี้ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องไปฟ้องคดีขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเพื่อได้รับใช้ราคาที่มีอยู่ในสังหาริมทรัพย์ที่ได้ขายไปนั้นตามกฎหมาย