Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายก่อนตายมีสติสัมปชัญญะไม่ดี มีอาการหนักพูดไม่ค่อยเต็มปาก พูดถึงคนยิงว่าสงสัยจะเป็นนาย วิน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นนาย วิน คนไหน นามสกุลอะไรในหมู่บ้านเกิดเหตุมีคนชื่อนาย วิน ถึง 3 คน เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะที่ผู้ตายถูกคนร้ายยิง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่กระทำผิดดังที่โจทก์ฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 83 จำคุก 18 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะที่ผู้ตายถูกคนร้ายยิง พยานโจทก์คงมีจ่าสิบตำรวจชะเอิบซึ่งเป็นผู้นำผู้ตายส่งโรงพยาบาลเบิกความว่า ขณะที่รอรถยนต์เพื่อนำผู้ตายไปโรงพยาบาลนั้น ผู้ตายมีสติสัมปชัญญะไม่ดีเท่าที่ควรมีอาการหนักพูดไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำ น่าจะไม่รอด มีเลือดออกจากบาดแผลมาก พยานถามผู้ตายว่าใครเป็นคนยิง ผู้ตายบอกพยานเพียงว่าสงสัยจะเป็นนายวิน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นนายวินคนไหนนามสกุลอะไร ในหมู่บ้านเกิดเหตุมีคนชื่อนายวินถึง 3 คน และจ่าสิบตำรวจชะเอิบเบิกความปฏิเสธบันทึกการชี้ตัวจำเลยเอกสารหมาย

จ.3ซึ่งระบุว่า พยานยืนยันว่าจำเลยคือนายวินซึ่งผู้ตายระบุก่อนตายโดยอ้างว่าความจริงพยานเพียงแต่ชี้ตัวจำเลยว่าคือนายวินซึ่งพยานรู้จักมาก่อนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าจ่าสิบตำรวจชะเอิบก็ไม่ทราบว่านายวินคนไหนเป็นคนร้าย ส่วนนางอัมวันภรรยาผู้ตายพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่าไม่เห็นเหตุการณ์ ทั้งปฏิเสธคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.6/1 และแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2โดยอ้างว่าลายมือชื่อในช่องผู้กล่าวหาทั้งสองฉบับมิใช่ลายมือชื่อของพยาน ผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกับผู้ใด พยานไม่ทราบผู้ใดเป็นคนร้าย จำเลยเคยมาเยี่ยมผู้ตายบ่อย ๆ ในหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีคนชื่อนายวิน 2-3 คน คำเบิกความของนางอัมวันสอดคล้องกับคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชะเอิบ

นายอ่อนโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความยืนยันว่านายวินที่บ้านห้วยเหมืองมี 2 คน สืบทราบภายหลังว่าคนร้ายคือนายใจ และนายอ่อนเบิกความยืนยันปฏิเสธคำให้การชั้นสอบสวนของพยานเอกสารหมาย ป.จ.1 ว่า พยานไม่ได้อ่านข้อความและพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้อ่านข้อความให้ฟัง คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวเมื่อพิจารณาประกอบกับคำเบิกความของนายแพทย์บุญเลิศอนันตรัตนา นายดาบตำรวจสุเทพ ชินธรรม และร้อยตำรวจเอกสงัดเบาะทองคำ พยานโจทก์ โดยนายแพทย์บุญเลิศเบิกความยืนยันว่า เป็นผู้ร่วมทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย แต่ปฏิเสธว่าลายมือชื่อผู้ชันสูตรพลิกศพคนที่ 1 ในรายงานการชันสูตรพลิกศพเอกสารหมาย จ.5ไม่ใช่ลายมือชื่อของพยาน ทั้งเอกสารหมาย จ.5 ระบุเพียงว่านายวินไม่ทราบนามสกุลเป็นคนร้ายทำให้ตาย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าคนร้ายคือจำเลย

ส่วนนายดาบตำรวจสุเทพผู้จับกุมจำเลยซึ่งเบิกความว่าขณะควบคุมจำเลยไปสถานีตำรวจ จำเลยรับว่าเป็นคนร้ายนั้น ก็ขัดกับบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งระบุว่าจำเลยให้การปฏิเสธสำหรับร้อยตำรวจเอกสงัดเบิกความยอมรับว่า หมายจับเอกสารหมาย จ.5/1และตำหนิรูปพรรณเอกสารหมาย จ.7 มีการลบข้อความว่า "ไม่ทราบนามสกุล"ต่อจากชื่อนายวินแล้วพิมพ์ทับข้อความที่ลบดังกล่าวว่า "ผอมด้วง"โดยไม่มีลายมือชื่อผู้แก้ไขกำกับไว้ นอกจากนี้เมื่อได้พิจารณาถึงแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2 ประกอบกับคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชะเอิบก็ปรากฏว่าสภาพของที่เกิดเหตุเป็นทางเดินวกวนกว้างประมาณ 1ศอก สองข้างทางเป็นป่าทึบมีร่องรอยคนเหยียบย่ำ หากคนร้ายแอบซุ่มยิงจะไม่เห็นคนร้าย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จ่าสิบตำรวจชะเอิบ นางอัมวันและนายอ่อน เบิกความประกอบกันสมเหตุสมผลเป็นที่เชื่อฟังได้โดยปราศจากสงสัย ไม่ได้เบิกความเพื่อช่วยเหลือจำเลยดังข้อฎีกาของโจทก์ ดังนั้น คำให้การชั้นสอบสวนและการชี้ตัวจำเลยของจ่าสิบตำรวจชะเอิบ คำให้การชั้นสอบสวนของนางอัมวันและของนายอ่อนรวมทั้งรายงานการชันสูตรพลิกศพและตำหนิรูปพรรณผู้กระทำผิดจึงเป็นพิรุธและไม่อาจรับฟังเป็นความจริงได้ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้แน่ชัดว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่กระทำความผิดดังที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้