Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1126/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน และได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารโจทก์ นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังได้นำเช็คซึ่งผู้อื่นเป็นผู้ออกมาขายลดให้โจทก์ โดยโจทก์ได้ส่วนลดหมื่นละยี่สิบบาท แม้ขอตกลงซื้อขายลดเช็คระหว่างเช็คกับจำเลยที่ 1 จะไม่ปรากฏมีข้อสัญญาว่าหากเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้แล้ว จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ก็ตาม แต่การที่จำเลยนำเช็คพิพาทมาเข้าบัญชีเดินสะพัดของจำเลยเพื่อให้โจทก์เรียกเก็บเงิน โดยนำเช็คเข้าบัญชีในวันที่ลงในเช็ค แล้วจำเลยออกเช็คสั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้ตามจำนวนดังกล่าวจากบัญชีเดินสะพัดของจำเลยและโจทก์ยอมจ่ายเงินไปก่อนโดยที่เช็คที่จำเลยนำมาเข้าบัญชียังเรียกเก็บเงินไม่ได้ และโจทก์ได้ค่าธรรมเนียมเรียกว่า ส่วนลดหมื่นละยี่สิบบาท เช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ปฏิบัติต่อกันตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้จ่ายเงินตามเช็คของจำเลยจากบัญชีเดินสะพัดไปแล้ว ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาทไม่ได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิจะเพิกถอนการลงรายการของเช็คดังกล่าวเสียได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 857 และนำจำนวนเงินนั้นมา ลงรายการว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้โจทก์ได้ จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในจำนวนเงินดังกล่าวต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องใจความว่า จำเลยมีบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเลขที่ ๘๗๔ อยู่ที่สำนักงานสาขาปัตตานีของโจทก์ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๗ จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์วงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกัน จำเลยได้นำเงินเข้าและถอนออกจากบัญชีของจำนวนเรื่อยมานับแต่วันทำสัญญาจนถึงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ปรากฏว่า ในวันดังกล่าวจำเลยเป็นหนี้โจทก์ อยู่เป็นเงิน ๒๑,๗๘๑.๒๙ บาท นอกจากนี้จำเลยได้นำเช็คของผู้มีชื่อรวม ๓ ฉบับ เป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท มาขายลดให้โจทก์ โดยนำเข้าบัญชีเลขที่ ๘๗๔ ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินตามเช็คนั้นจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท บาทไปแล้ว

ต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็ค โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยที่ ๑ นำเงินตามเช็คที่รับไปมาชำระให้โจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย จำเลยที่ ๑ ต้องชดใช้เงินให้โจทก์รวม ๑๔๑,๗๘๑.๒๙ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน ๒๑,๗๘๑.๒๙ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยที่ ๑ ให้ชำระเงิน ๑๙๑,๗๘๑.๒๙ บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน

จำเลยทั้งสองให้การรับว่า เป็นหนี้โจทก์ ในการเบิกเงินเกินบัญชี ๒๑,๗๘๑.๒๙ บาทจริง และจำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าเช็ค ๓ ฉบับ จำนวนเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท นั้น จำเลยที่ ๑ มิได้ขายให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ มิใช่เจ้าของและมิใช่ผู้นำไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ และเมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คแล้ว โจทก์ละเลยไม่แจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบ จนเช็คขาดอายุความทางอาญาแล้ว และผู้ออกเช็คได้หลบหนีไปแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ด้วยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๙๑,๗๘๑.๒๙ บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี สำหรับต้นเงิน ๒๑,๗๘๑.๒๙ บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับต้นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่า จะชำระเสร็จ ถ้าไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทนเฉพาะเงิน ๒๑,๗๘๑.๒๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์สำหรับเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท ตามเช็ค ๓ ฉบับ พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เลขที่ ๘๗๔ ที่ธนาคารโจทก์ ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท มีกำหนด ๑๒ เดือน ดอกเบี้ยทบต้นร้อยละสิบห้าต่อปี โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันนอกจากนี้จำเลยที่ ๑ ยังได้นำเช็คซึ่งผู้อื่นเป็นผู้ออกมาขายลดให้ธนาคารโจทก์ สาขาปัตตานี หลายฉบับ โดยโจทก์ได้ส่วนลดหมื่นละยี่สิบบาท จำเลยที่ ๑ จ่ายส่วนลดให้เรียกเก็บเงิน แล้วจำเลยที่ ๑ ออกเช็คของตนเองสั่งธนาคารโจทก์จ่ายเงินในบัญชีเลขที่ ๘๗๔ เท่ากับจำนวนเงินในเช็คที่นำมาเข้าบัญชี ธนาคารโจทก์จ่ายเงินให้จำเลยที่ ๑ ทันทีไม่ต้องรอเรียกเก็บเงินตามเช็ค ครั้งก่อน ๆ ธนาคารโจทก์

เรียกเก็บเงินตามเช็คได้ทุกครั้ง สำหรับเช็คพิพาทคดีนี้จำเลยที่ ๑ ได้นำเช็คดังกล่าวมาขายลด และนำเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ ในวันตามที่ระบุในเช็ค แล้วจำเลยที่ ๑ ออกเช็คสั่งจ่ายเงินไปจากบัญชีเลขที่ ๘๗๔ เท่าจำนวนเงินตามเช็คทั้งสามฉบับ โจทก์ได้จ่ายเงินจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ไปแล้ว ต่อมาโจทก์ส่งเช็คพิพาททั้งสามฉบับไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อตกลงซื้อขายลดเช็คระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะไม่ปรากฏมีข้อสัญญาว่าหากเช็คทั้ง ๓ ฉบับเรียกเก็บเงินไม่ได้แล้ว จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ก็ตาม แต่การที่จำเลยนำเช็คผู้มีชื่อมาเข้าบัญชีเดินสะพัดของจำเลยเพื่อให้โจทก์เรียกเก็บเงิน โดยนำเช็คเข้าบัญชีในวันที่ลงในเช็ค แล้วจำเลยออกเช็คสั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้ตามจำนวนดังกล่าวจากบัญชียังเรียกเก็บเงินไม่ได้ และโจทก์ได้ค่าธรรมเนียมเรียกว่า ส่วนลดหมื่นละ ๒๐ บาท เช่นนี้เป็นพฤติการณ์ ที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติต่อกันตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๗ บัญญัติไว้ว่า การนำตั๋วเงินลงเป็นรายการในบัญชีเดินสะพัดนั้น

ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ได้ลงด้วยเงื่อนไขว่าจะมีผู้ชำระเงินตามตั๋วนั้น ถ้าและตั๋วนั้นมิได้ชำระเงินไซร้ จะเพิกถอนรายการอันนั้น เสียก็ได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ได้นำเช็คพิพาท ๓ ฉบับนี้มาเข้าบัญชี เดินสะพัดของตนแล้ว จำเลยที่ ๑ ออกเช็คสั่งจ่ายเงินเท่าจำนวนเงินในเช็คที่นำมาเข้าบัญชี และโจทก์ได้จ่ายเงินตามเช็คของจำเลยจากบัญชีเดินสะพัดไปแล้ว ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาทไม่ได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิจะเพิกถอนการลงรายการของเช็คดังกล่าวเสียได้ตามบทกฎหมายข้างต้น และนำจำนวนเงินนั้นมาคงรายการว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้โจทก์ได้ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ในเงินจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์ · ประเสริฐ วราภรณ์ · จำรัส เขมะจารุ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปัตตานี - นายบรรจง สงกรานต์
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้