Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดาจำเลยที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 1 ฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้ออกจากที่ดินศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่โจทก์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2514โจทก์ร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องและสั่งว่า ถ้าโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์ ให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 20 วันนับแต่วันอ่านคำสั่งคือวันที่ 31 มีนาคม 2515 โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมมาวาง คดีแพ่งจึงถึงที่สุดในวันที่ 20 เมษายน 2515 ตามมาตรา 147 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหาใช่ถึงที่สุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2514 ไม่ แม้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้โจทก์ออกจากที่พิพาทภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้ในคำบังคับคือภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2514 ก็ตามแต่โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วยและศาลอุทธรณ์ยังสั่งคำร้องไม่ได้ เพราะโจทก์ยังไม่เสียค่าธรรมเนียมอุทธรณ์จนกระทั่งคดีถึงที่สุด จึงต้องถือว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2514 ซึ่งเป็นวันที่คดีถึงที่สุดเป็นการครอบครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 หาใช่เป็นการครอบครองโดยละเมิดไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้กระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของโจทก์ภายในวันที่ 20 เมษายน 2515 อันเป็นวันสุดท้ายที่ถือว่าโจทก์ครอบครองห้องพิพาทซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของบิดาจำเลยโดยชอบ คดีโจทก์จึงมีมูลในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำเลยที่ 3 กล่าวแก่บุตรของบริวารโจทก์ว่า ออกไปเสียเถอะหนู อยู่ไปจะลำบากดังนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 เข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันเข้าไปขู่เข็ญขับไล่บริวารโจทก์ให้ออกไปจากห้องแถวของโจทก์ ตีไม้ขวางบานประตูทางเข้าออก และใส่กุญแจปิดประตูทางเข้าออก เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362 และ 364ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้ร่วมกระทำความผิด ส่วนจำเลยที่ 3 เพียงแต่พูดให้บริวารโจทก์ออกจากห้องเช่าเท่านั้นไม่เป็นความผิด และการกระทำของจำเลยที่ 1 ก็ไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง คดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลได้พิพากษาขับไล่โจทก์ออกจากห้องพิพาท คดีถึงที่สุดวันที่ 13 ตุลาคม 2514 การครอบครองของโจทก์หลังจากนั้นเป็นการครอบครองโดยปราศจากสิทธิ จึงเป็นการครอบครองโดยละเมิด จำเลยไม่มีความผิดฐานบุกรุก พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีโจทก์มีมูลเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2514 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีแพ่งซึ่งนายยิ้มบิดาจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ ให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินของนายยิ้ม โจทก์ได้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาพร้อมทั้งยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา และสั่งว่าถ้าโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์ก็ให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 20 วัน นับแต่วันอ่านคำสั่ง คือวันที่ 31 มีนาคม 2515 ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาล คดีแพ่งจึงถึงที่สุดในวันที่ 20 เมษายน 2515 ตามมาตรา 147 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

อนึ่ง แม้ว่าศาลชั้นต้นจะได้ออกคำบังคับให้โจทก์ออกจากที่พิพาทภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้ในคำบังคับคือภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2514 ก็ตามแต่โจทก์ก็ยังได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์อยู่และศาลอุทธรณ์ก็ยังสั่งคำร้องเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะโจทก์ยังไม่อุทธรณ์จนกระทั่งคดีถึงที่สุด จึงยังต้องถือว่าโจทก์ยังมีสิทธิครอบครองที่พิพาทอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายหลังจากที่ศาลได้พิพากษาขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาทจนกระทั่งถึงวันที่ 20 เมษายน 2515การครอบครองที่พิพาทของโจทก์ดังกล่าวเป็นการครอบครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าคดีแพ่งถึงที่สุดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2514 และการครอบครองของโจทก์หลังจากวันนั้นเป็นการครอบครองโดยละเมิดนั้น

ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้ร่วมกระทำการอันโจทก์อ้างว่าเป็นความผิด แม้จะมีการอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การครอบครองห้องพิพาทของโจทก์เป็นการละเมิด จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกและเมื่อศาลไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องถือว่าสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 4 นั้น ข้อเท็จจริงยุติแล้วตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นกล่าวคือจำเลยทั้งสองมิได้กระทำการอันเป็นความผิดตามฟ้องส่วนจำเลยที่ 3 นั้น ได้กล่าวแก่บุตรของบริวารโจทก์ว่า ออกไปเสียเถอะ หนูอยู่ไปจะลำบาก ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 เข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุขตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 คดีจึงไม่มีมูลสำหรับจำเลยที่ 3ส่วนจำเลยที่ 1 นั้น ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องพอฟังได้ในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของโจทก์ภายในวันที่ 20 เมษายน 2515 ดังที่โจทก์กล่าวหา คดีของโจทก์มีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 และเฉพาะในความผิดตามมาตรา 362 ประมวลกฎหมายอาญา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า คดีของโจทก์มีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 เฉพาะในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · ศิริ อติโพธิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้