Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงผู้เสียหาย 1 นัด ก่อนกระทำความผิดจำเลยตะโกนด่า ผู้เสียหายว่า "เย็ดแม่ยิงให้ตายโหง " แสดงว่าจำเลยจะใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงผู้เสียหายให้ตายจำเลยหันปากกระบอกปืนไปทางหลัง ผู้เสียหายที่กำลังวิ่งหนีเล็งไปในส่วนอวัยวะสำคัญ จำเลยจึงมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ผลที่จำเลยยิงผู้เสียหายแม้จะไม่ถูกผู้เสียหาย ไม่มีร่องรอยกระสุนปืนตามที่เจ้าพนักงานตำรวจเบิกความประกอบบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุก็ตาม จำเลยยิงปืนในขณะเมาสุรา อาวุธปืนอาจสะบัดปากกระบอกปืนเบี่ยงสูงขึ้นก็เป็นได้ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยกับพวกประมาณ 4 คนกำลังนั่งดื่มสุราที่หน้าบ้านจำเลย ส่งเสียงดังโวยวายจำเลยพูดว่าเย็ดแม่ ยิงให้ตายโหง แล้วจำเลยเดินมาหาผู้เสียหาย มือซ้ายชักอาวุธปืนลูกซองสั้นจากเอวมาถือไว้ จำเลยหยุดอยู่ที่หน้าบ้านผู้เสียหายนอกรั้วบ้านห่างจากผู้เสียหายประมาณ 4 เมตร จำเลยพูดอีกครั้งหนึ่งว่าเย็ดแม่ ยิงให้ตายโหง ผู้เสียหายจึงลุกขึ้นวิ่งหนีไปทางข้างบ้านผู้เสียหายวิ่งหันหลังให้จำเลยและได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายวิ่งไปอยู่บ้านนางปิ่นวันรุ่งขึ้นจึงไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจและนำไปจับกุมจำเลย ตามบันทึกเอกสารหมาย

จ. 1 ในเวลาต่อมาผู้เสียหายนำพนักงานสอบสวนไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุไว้ตามแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2 นายสาโรจน์ ชูชาติบุตรผู้เสียหายและนางประสาน อยู่เหมือน พยานโจทก์เบิกความทำนองเดียวกันว่าขณะเกิดเหตุนายสาโรจน์นั่งอยู่ที่ขอนไม้ข้างบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนนางประสานนั่งป้อนข้าวให้ลูกอยู่ที่ประตูครัวข้างบ้านของตนตามจุดหมายเลข 5 ในเอกสารหมาย จ. 2 พยานทั้งสองคนได้ยินจำเลยด่าเย็ดแม่ ยิงให้ตายโหง พยานเห็นผู้เสียหายวิ่งมาทางพยานทั้งสอง จำเลยเหนี่ยวไกปืนหันปากกระบอกปืนไปที่หลังผู้เสียหายแต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด นายสาโรจน์พาน้องวิ่งหนีตามผู้เสียหาย นางประสานพาลูกวิ่งหนีไปที่บ้านนางปิ่นด้วย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พยานทั้งสองไปชี้ตัวจำเลยตามบันทึกการดูตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ. 3 และ จ. 4 ตามลำดับ

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยตะโกนด่าผู้เสียหายว่า "เย็ดแม่ ยิงให้ตายโหง"ย่อมทำให้ประจักษ์พยานโจทก์สนใจหักไปดูจึงเห็นผู้เสียหายวิ่งมาทางประจักษ์พยานโจทก์และจำเลยยิงปืนตามหลังผู้เสียหาย1 นัด ในระยะห่างกันประมาณ 7 เมตร ตามแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2 โดยที่เกิดเหตุในเวลากลางวัน ประจักษ์พยานโจทก์ดังกล่าวย่อมเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนประจักษ์พยานโจทก์รู้จักจำเลยมาก่อนและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยเชื่อว่าจำจำเลยได้และเบิกความไปตามจริง มีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้ ที่จำเลยนำสืบอ้างที่อยู่ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงผู้เสียหาย1 นัด

จากกิริยาอาการของจำเลยก่อนกระทำความผิดจำเลยตะโกนด่าผู้เสียหายว่า "เย็ดแม่ ยิงให้ตายโหง" แสดงว่าจำเลยจะใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงผู้เสียหายให้ตาย จำเลยหันปากกระบอกปืนไปทางหลังผู้เสียหายที่กำลังวิ่งหนี เล็งไปในส่วนอวัยวะสำคัญจำเลยจึงมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ผลที่จำเลยยิงผู้เสียหายแม้จะไม่ถูกผู้เสียหาย่ ไม่มีร่องรอยกระสุนปืนตามที่ร้อยตำรวจตรีะนาดล แก้วอุบลเบิกความประกอบบันทึกการตรวจสถานที่เอกสารหมายา จ.6 ก็ตามจำเลยยิงปืนในขณะเมาสุราอาวุธปืนอาจสะบัดปากกระบอกปืนเบี่ยงสูงขึ้นก็เป็นได้ ถ้าจำเลยชักปืนเด็กเล่นมายิงผู้เสียหายหรือยิงปืนขึ้นฟ้า จำเลยก็น่าจะยกขึ้นต่อสู้ตั้งแต่ต้น มิใช่ต่อสู้อ้างฐานที่อยู่พยานจำเลยจึงไม่มีเหตุผล ไม่อาจรับฟังได้ดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมา ดังนั้น ่จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้