Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับขี่มาที่เกิดเหตุขณะจำเลยที่ 1,2 ลักทรัพย์ จำเลยที่ 4 ก็ยืนคอยอยู่แถวนั้น พฤติการณ์ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดด้วยขณะจำเลยกระทำผิด รถจักรยานยนต์พาหนะของจำเลยยังจอดอยู่ที่เดิมมิได้ก่อให้เกิดความสะดวกในการลักทรัพย์แต่อย่างใดการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336ทวิศาลล่างพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 ทวิ จำเลยที่ 4 ฎีกา เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วย.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้ง 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 336 ทวิ, 83, 93 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกมีกำหนด 2 ปี พ้นโทษมาแล้วกระทำผิดคดีนี้ภายใน 3 ปี ขอให้เพิ่มโทษตามกฎหมาย ริบของกลาง จำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ เฉพาะจำเลยที่ 2 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 5 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93อีกกึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน ริบลูกกุญแจรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางคันหมายเลขทะเบียน 4จ-4131กรุงเทพมหานคร และคันหมายเลขทะเบียน 7จ-4570 กรุงเทพมหานคร คืนให้แก่เจ้าของ โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ ให้จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 11 ปี 3เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 คนละหนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปีจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...โจทก์มีนายดาบตำรวจสวัสดิ์ จ้อยสาร และจ่าสิบตำรวจสุวัฒน์ พุฒตาล เบิกความเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยทั้งสี่เป็นผู้กระทำผิดโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 พยานทั้งสองเฝ้าดูพฤติการณ์อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคัน มีจำเลยที่ 3 ที่ 4 ซ้อนท้ายมา จอดรถแล้วจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้เข้าไปในห้างโรบินสันเหมือนบุคคลอื่น แต่เดินเตร่อยู่แถวนั้น แล้วจำเลยที่ 1 ใช้ลูกกุญแจที่ตบแต่งใหม่ให้สามารถไขรถจักรยานยนต์ได้ทุกคันไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายขับขี่ออกไปโดยจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายพยานทั้งสองจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้ได้ขณะออกรถไปได้เพียง 4 เมตร ชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 รับสารภาพ

สำหรับจำเลยที่ 4 นั้น พยานทั้งสองยืนยันว่าเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับขี่มา ขณะจำเลยที่ 1 ที่ 2ลักเอารถผู้เสียหายไปจำเลยที่ 4 ก็ยืนคอยอยู่แถวนั้น โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทิ้งรถจักรยานยนต์สองคันที่ขับขี่มาไว้ที่ลานจอดรถห้างโรบินสันนั้นเอง พฤติการณ์แสดงว่าหากไม่มีการจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 เสียก่อน จำเลยที่ 3 ที่ 4 ก็คงจะต้องขับรถจักรยานยนต์สองคันนั้นกลับไปตามที่แบ่งหน้าที่กันทำ แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ถูกจับกุมได้ จำเลยที่ 3 ที่ 4 จึงหลบหนีไปโดยทิ้งรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันนั้นไว้ เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 4 ต้องร่วมรู้เห็นในการลักทรัพย์รายนี้อย่างแน่นอนที่จำเลยที่ 4 ปฏิเสธว่าไม่ได้รู้เห็นในการกระทำผิดนี้ โดยอ้างว่าตนขับรถยนต์สี่ล้อเล็กซูบารุไปห้างโรบินสันกับจำเลยที่ 3 แล้วต่อมาถูกจับกุมที่บ้านนั้น เป็นพิรุธขัดกับคำให้การชั้นสอบสวนและชั้นมอบตัวตามเอกสารหมาย

จ.11 และ จ.4 ซึ่งจำเลยที่ 4 ลงชื่อรับรองความถูกต้องไว้ มีใจความว่า จำเลยที่ 4 ไปห้างโรบินสันโดยรถจักรยานยนต์พร้อมกับจำเลยอีก 3 คนและต่อมาได้เข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 4 จึงรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ 4ฟังไม่ขึ้น แต่การกระทำของจำเลยที่ 4 จะเป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 ทวิ ดังฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยเพียงแต่ใช้รถจักรยานยนต์ของตนเป็นยานพาหนะขับขี่มายังที่เกิดเหตุเท่านั้น ขณะจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ของผู้เสียหายรถจักรยานยนต์ยานพาหนะของจำเลยยังคงจอดอยู่ที่เดิม มิได้ก่อให้เกิดความสะดวกในการลักทรัพย์นั้นแต่อย่างใด จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์ของตนเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดดังฟ้อง

การกระทำของจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 เท่านั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ อีกด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงเห็นควรแก้บทลงโทษเสียให้ถูกต้อง และศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ตลอดถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 (7) วรรคแรก, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 นอกจากนี้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2537

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา เมื่อศาลฎีกายกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 และฟังว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 ไม่เป็นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3985/2530

จำเลยที่ 2 ขับรถสามล้อเครื่องพาจำเลยที่ 1 มายังที่เกิดเหตุขณะที่จำเลยที่ 1 กำลังลักทรัพย์ในร้านผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 จอดรถอยู่บริเวณหน้าร้านผู้เสียหายห่างประมาณ 6-7 เมตรและนั่งอยู่เฉย ๆ ข้างรถสามล้อเค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้