Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11190/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการนั้น ต้องเป็นการลักทรัพย์ในสถานที่ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการโดยตรง หาได้หมายความรวมถึงบริเวณของสถานที่ราชการนั้นด้วย การที่จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่จอดไว้ระหว่างป้อมยามที่ 1 และป้อมยามที่ 2 บริเวณทางเข้าวนอุทยานที่เกิดเหตุ ซึ่งมิใช่สถานที่ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการโดยตรง จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการตาม ป.อ. มาตรา 335 (8)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1058/2546 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 4 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (8) วรรคสอง จำคุก 6 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายกับนายสุจินต์ เบิกความว่า ภายหลังเกิดเหตุนายธนธรณ์ใช้อาวุธปืนยิงขู่นายสำเริงหรือจ้อนพวกของจำเลยที่ถืออาวุธมีดเหลียนจะฟันทำร้ายนายธนธรณ์ จนทำให้นายสำเริงหรือจ้อนได้รับอันตรายมีบาดแผลถูกยิงที่ขาและวิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายวินัยหลบหนีไปพร้อมนายวินัยและนายอาทิตย์ ส่วนจำเลยวิ่งหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้วย้อนกลับมาขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่จอดอยู่ข้างป้อมยามออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ ในขณะผู้เสียหายพานายธนธรณ์กลับไปส่งที่บ้านพัก โดยนายสุจินต์ประจักษ์พยาน ผู้พบเห็นจำเลยขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกไปจากวนอุทยานที่เกิดเหตุ

เบิกความยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุนายคล้ายกับนางหร่อง เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำเพชร - ถ้ำทอง ไม่ได้เข้าเวรยามและนายสุจินต์พบเห็นจำเลยขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกไปจากข้างป้อมยามที่เกิดเหตุในขณะไม่มีคนอยู่ที่ป้อมยาม ส่วนผู้เสียหายก็ยืนยันว่า ผู้เสียหายเพิ่งทราบเหตุรถจักรยานยนต์สูญหายในขณะเดินกลับจากบ้านพักของนายธนธรณ์มาถึงป้อมยามที่เกิดเหตุ โดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้เบิกความยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการให้ยืมรถจักรยานยนต์ของตน ซึ่งเมื่อโจทก์ได้นำร้อยตำรวจเอกสุรพงษ์พนักงานสอบสวนมาเบิกความรับรองคำอ้างของผู้เสียหายและนายสุจินต์ว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ โดยอ้างว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายสูญหายไปในระหว่างที่ผู้เสียหายพาหัวหน้าวนอุทยานกลับบ้านพักภายหลังเกิดเหตุบุกรุกวนอุทยานและมีเหตุยิงกัน

ประกอบกับจำเลยคงมีเพียงตัวจำเลยเบิกความอ้างลอยๆ ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยขอยืมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจากนายคล้ายและนางหร่อง เพื่อไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนายสำเริงหรือจ้อนโดยจำเลยมิได้นำบุคคลทั้งสองมาเบิกความสนับสนุนข้ออ้าง และมิได้ถามค้านพยานโจทก์ให้ได้ความตามข้ออ้างของจำเลย อันนับเป็นข้ออ้างที่มีน้ำหนักน้อย ตลอดจนข้อเท็จจริงก็ได้ความจากทางพิจารณาว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยกับพวกเป็นฝ่ายก่อเหตุโต้เถียงวิวาทกับผู้เสียหายและนายธนธรณ์ จนเกิดเหตุนายธนธรณ์ใช้อาวุธปืนยิงถูกนายสำเริงหรือจ้อนได้รับอันตรายและพากันหลบหนีไป ยังอันไม่มีเหตุควรเชื่อว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นคู่พิพาทกับจำเลยและพวก จะยินยอมให้จำเลยซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและอยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างมาก

ยืมรถจักรยานยนต์ดังข้ออ้างของจำเลย พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปโดยปราศจากความรู้เห็นยินยอมของผู้เสียหายเพื่อประโยชน์ของจำเลยโดยมิชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง ดังนั้น แม้ทางนำสืบของโจทก์จะได้ความว่า ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า ผู้เสียหายกับร้อยตำรวจเอกสุรพงษ์ พนักงานสอบสวนเบิกความแตกต่างกันเกี่ยวกับวันที่ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์และปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัย จากรถที่ผู้เสียหายทำประกันภัยไว้ เห็นว่า แม้จะปรากฏความดังข้ออ้างของจำเลย แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงพลความ ทั้งการได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิใช่เหตุที่จะรับฟังเป็นข้อพิรุธว่า

ผู้เสียหายรู้เห็นยินยอมให้จำเลยยืมรถจักรยานยนต์ดังข้อต่อสู้ของจำเลย ส่วนที่จำเลยต่อสู้อ้างว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพื่อไปเยี่ยมนายสำเริงหรือจ้อน ไม่มีเจตนาลักทรัพย์นั้น เห็นว่า คงมีเพียงคำเบิกความกล่าวอ้างลอยๆ ของจำเลยที่มีน้ำหนักน้อย ทั้งการกระทำดังกล่าวก็เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปเพื่อประโยชน์ของตนโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำโดยทุจริตและถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง การกระทำอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการนั้นต้องเป็นการลักทรัพย์ในสถานที่ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการโดยตรง หาได้หมายความรวมถึงบริเวณของสถานที่ราชการนั้นด้วยไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่จอดไว้ระหว่างป้อมยามที่ 1 และป้อมยามที่ 2 บริเวณทางเข้าวนอุทยานที่เกิดเหตุ ซึ่งมิใช่สถานที่ซึ่งใช้ปฏิบัติราชการโดยตรง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) จำเลยคงมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นเพียงบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (8) วรรคสองลงโทษจำคุก 4 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน. โดยให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · วรพจน์ วิไลชนม์ · วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นางสาวศิริรัตน์ สีนวล
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประพัฒน์ ไพทยาภรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4059/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1059/2546
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ331/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้