Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา179 จะต้องเป็นการแก้ไขข้อหา ข้ออ้างที่มีต่อจำเลยคือตัวบุคคลที่จะต้อง ระบุไว้แน่ชัดตามมาตรา 55,67 โดยการเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์ หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมหรือสละข้อหาในฟ้องเดิม ประกอบด้วยมาตราบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์ ดังนั้น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ ซ. เข้ามาเป็นจำเลยในภายหลังจึงเท่ากับเป็นการฟ้องบุคคลอื่นเป็นจำเลยเพิ่มเข้ามาในคดีอีกคนหนึ่ง จึงมิใช่เป็นเรื่องขอแก้ไขคำฟ้องตามนัยแห่งบทกฎหมายดังกล่าวปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาว่าโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเหตุนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามมาตรา 142(5) แม้โจทก์จำเลยจะมีข้อตกลงกันว่า ในการสั่งซื้อสินค้าและลงชื่อรับสินค้าจะกระทำได้เฉพาะจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ส. พนักงานของจำเลยเคยลงชื่อเป็นผู้รับสินค้าแทนจำเลยและจำเลยก็ได้ชำระราคาสินค้านั้น จึงเป็นเรื่องที่คู่กรณีสมัครใจซื้อขายโดยมิได้คำนึงถึงตัวบุคคล ผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือรับสินค้าตามข้อตกลงทั้งสองฝ่ายย่อมจะต้อง ผูกพันตามที่ได้ปฏิบัติต่อกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซื้อสินค้าจากโจทก์รวม 6 ครั้งแล้วไม่ชำระราคา จำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำปนะกันหนี้ของจำเลยที่ 1ที่ 2 จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระราคาสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงชื่อสั่งซื้อสินค้าเพียง 2 ครั้ง และสินค้าที่ได้รับมาไม่ตรงตามคำสั่ง จำเลยจึงได้ส่งคืนให้โจทก์แล้ว ในการค้าขายระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อตกลงกันว่า ในการสั่งซื้อและลงชื่อรับสินค้าจะกระทำได้เฉพาะจำเลยที่ 2 เท่านั้น ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า

โจทก์ไม่มีอำนาจขอแก้ไขคำฟ้องเพื่อฟ้องจำเลยที่ 3เป็นจำเลย เพราะหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ที่ให้ฟ้องจำเลยที่ 3 นั้นทำขึ้นภายหลังที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว และจำเลยที่ 3 ได้มีหนังสือขอยกเลิกการค้ำประกันแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินตามฟ้องแก่โจทก์จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สำหรับปัญหาที่ว่าโจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องโดยเพิ่มชื่อนายซิงเม้ง แซ่ตั้ง เป็นจำเลยที่ 3 ได้หรือไม่นั้น เห็นว่าการแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 จะต้องเป็นการแก้ไขข้อหาข้ออ้างที่มีต่อจำเลยคือตัวบุคคลที่จะต้องระบุไว้แน่ชัดตามมาตรา 67 โดยการเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมหรือสละข้อหาในฟ้องเดิมเสียบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์

ดังนั้นการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อนายซิงเม้ง แซ่ตั้ง เข้ามาเป็นจำเลยในภายหลังจึงเท่ากับเป็นการฟ้องบุคคลอื่นเป็นจำเลยเพิ่มเข้ามาในคดีอีกคนหนึ่ง จึงมิใช่เป็นเรื่องขอแก้ไขคำฟ้องตามนัยแห่งบทกฎหมายดังกล่าว ดังนั้นโจทก์จะขอแก้ไขคำฟ้องโดยเพิ่มชื่อนายซิงเม้ง แซ่ตั้ง เข้ามาเป็นจำเลยที่ 3 ไม่ได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิใช่เหตุที่จำเลยยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5)สำหรับสินค้าตามใบสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.8 จ.14 และ จ.16 ซึ่งมีชื่อนายสุวลักษณ์เป็นผู้สั่งซื้อและเป็นผู้รับสินค้าตามเอกสารหมาย จ.9 จ.15 และ

จ.17นั้น จำเลยปฏิเสธว่าไม่เคยให้คนอื่นไปสั่งซื้อและรับสินค้าแทนนั้น เห็นว่าจำเลยมิได้ปฏิเสธว่านายสุวลักษณ์มิใช่พนักงานของจำเลย จำเลยคงอ้างเอาลอย ๆ ว่าจำเลยมิได้ให้คนอื่นไปสั่งซื้อและรับสินค้าแทน พยานหลักฐานฝ่ายโจทก์นอกจากนายทวีศักดิ์พนักงานเก็บเงินและนายประกอบหัวหน้าแผนกเก็บเงินซึ่งมาเบิกความว่าจำเลยไม่เคยปฏิเสธว่าไม่ได้ซื้อสินค้าที่ฟ้อง เพียงแต่ขอผัดอ้างว่าการเงินไม่พร้อมดังวินิจฉัยแล้ว โจทก์ยังมีหลักฐานตามเอกสารหมาย จ.19 และ จ.22 ซึ่งแสดงว่านายสุวลักษณ์เคยรับสินค้าไว้แทนจำเลย และสินค้าเหล่านั้นจำเลยก็ได้ชำระราคาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้สั่งซื้อสินค้าและได้รับสินค้าตามเอกสารหมาย

จ.8 จ.14 และ จ.16 ไว้แล้ว ส่วนข้อตกลงในเรื่องตัวผู้มีอำนาจสั่งซื้อสินค้าและรับสินค้าตามเอกสารหมาย ล.1 ซึ่งนำสืบโต้เถียงกันนั้น เห็นว่าแม้จะมีข้อตกลงดังกล่าว แต่เมื่อคู่กรณีสมัครใจซื้อขายโดยมิได้คำนึงถึงตัวบุคคลตามข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายก็ย่อมจะต้องผูกพันตามที่ได้ปฏิบัติต่อกัน จึงไม่จำเป็นจะต้องวินิจแัยว่ามีข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.1 หรือไม่พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลสำหรับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประสาท บุณยรังษี · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้