Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลฎีกาจะเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการวินิจฉัยก่อนมีคำพิพากษาก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนาฟางมือเปล่า 1 แปลงเนื้อที่ 40 ไร่เศษ ซื้อมาจากผู้มีชื่อเมื่อ 37-38 ปี โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาโดยสงบเปิดเผย ครั้นเดือน 6 พ.ศ. 2495 จำเลยใช้กระบือเทียมไถนาโจทก์ไปแล้ว 7-8 ไร่ โจทก์ขาดประโยชน์ใน พ.ศ. 2495 คิดเป็นเงิน 2,480 บาท จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ 40 ไร่เป็นของโจทก์ กับให้ขับไล่จำเลยและบริวารจำเลยต่อสู้ว่า นาพิพาทเดิมเป็นของบิดามารดามีเพียง 13-14 ไร่ครั้นบิดามารดาตาย จำเลยได้ปกครองและบุกเบิกกว้างออกไปเป็นเนื้อที่ 30 ไร่ เศษครั้นเมื่อ 10 ปีเศษมานี้ จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 320 บาทบวกกับที่มารดาของจำเลยได้กู้ไปก่อน 80 บาทรวมเป็น 400 บาท เอานารายนี้ให้ไว้เป็นประกัน

จำเลยคงส่งดอกเบี้ยตลอดมาจนเมื่อ 3-4 ปีมานี้จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพิ่มอีกรวมทั้งหมดเป็น 8,000 บาท ได้เอานาพิพาทเป็นประกันแต่จำเลยครอบครองนาอยู่และเมื่อ 5-6 เดือนมานี้จำเลยขอให้อำเภอรังวัดประกาศขายจะเอาใช้โจทก์ ๆ อยากได้จะยอมเพิ่มเงินแก่จำเลยอีกบ้าง แต่จำเลยไม่ยอมโจทก์โกรธจึงไปคัดค้านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ไม่เชื่อว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามหลักฐานพยานที่กล่าวมานี้ รูปคดีชวนให้เห็นว่าจำเลยมีนาเฉพาะรายพิพาทนี้ และจำเลยได้ทำนาพิพาทดังศาลล่างทั้งสองชี้ขาดมา แต่ปรากฏตามฎีกาของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยและคำแถลงการณ์ว่า หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้วโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินกู้สำนวนหนึ่งและฟ้องคดีอาญาหาว่าจำเลยเบิกความเท็จสำนวนหนึ่ง

จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาหาว่าแจ้งความเท็จสำนวนหนึ่ง ตามฎีกาและคำแถลงของโจทก์มีใจความว่า คดีเรื่องเงินกู้ได้มีการยึดนาของจำเลยขายทอดตลาดไปแล้ว ฝ่ายจำเลยก็แก้ว่าโจทก์แบ่งยึดนารายพิพาทไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลนี้จึงเรียกสำนวนทั้งสาม คือคดีแพ่งแดงที่ 178/2495 คดีอาญาแดงที่ 408-409/2495 มาประกอบการวินิจฉัย เฉพาะความแพ่งปรากฏตามบัญชียึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดว่าทรัพย์ของจำเลยที่ถูกยึดนั้นปรากฏว่าเป็นนาคนละแปลง กับนารายพิพาทรายนี้ ทั้งมีเนื้อที่เกินกว่าจำนวนในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่ ที่จำเลยอ้างเป็นพยานคดีฟังได้ถนัดว่า นาที่จำเลยให้ประกันเงินกู้คือแปลงที่ขายทอดตลาดไปแล้ว ไม่ใช่จำเลยมีนาเฉพาะรายพิพาทแปลงเดียวดังจำเลยนำสืบมา รูปคดีฟังได้ว่านาพิพาทเป็นของโจทก์จริงดังฟ้องพิพากษากลับว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่นาพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 2,800 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · วิเทศจรรยารักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้