Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกผู้ตายได้อาศัยสิทธิของเจ้ามรดกผู้ตายครอบครองที่พิพาทมา เมื่อเจ้ามรดกตาย การครอบครองที่พิพาทของจำเลยโดยอาศัยสิทธิของผู้ตายต้องยุติลงนับแต่วันที่เจ้ามรดกตาย และถือได้ว่าจำเลยได้ครอบครองเพื่อตนนับแต่เวลานั้นตลอดมา เพราะสิทธิครอบครองของผู้ตายเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 ที่พิพาทส่วนหนึ่งเป็นมรดกของผู้ตายตกได้แก่ทายาทและยังไม่ได้แบ่งปันกัน จำเลยเป็นทายาทคนหนึ่งได้ครอบครองที่พิพาทนับแต่วันเจ้ามรดกตายตลอดมา จำเลยย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของที่พิพาทส่วนหนึ่งด้วยโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ และเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยได้ครอบครองเกินส่วนของตนไปเท่าใด โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรและบุตรเขยลอดไปแจ้งการครองครองใส่ชื่อเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองอาศัยทำกิน โจทก์ให้จำเลยถอนแจ้งการครอบครองและออกไปจากที่ จำเลยทั้งสองก็ไม่ยอม ขอให้ศาลบังคับห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และใช้ค่าเสียหาย จำเลยสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์กับนางพลอยซึ่งเป็นบิดามารดาจำเลยและได้ยกให้เป็นสิทธิเด็ดขาดแก่จำเลย จำเลยได้ครองครองเป็นเจ้าของโดยเปิดเผยมา ๑๗ ปีแล้ว โจทก์หมดสิทธิเรียกร้องเอาคืน โจทก์ทราบว่าจำเลยตั้งตนเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๑ ปี เพิ่งมาฟ้อง คดีจึงขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ และโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายสูงเกินควร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยอาศัยชั่วคราว ให้ขับไล่จำเลย ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ยังมิได้ยกที่พิพาทให้จำเลย แต่ที่พิพาทเป็นของโจทก์และนางพลอยภริยา มีสิทธิร่วมกัน เมื่อนางพลอยตาย จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของนางพลอยร่วมกับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๑ ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์และนางพลอย เมื่อนางพลอยตาย สิทธิของนางพลอยเหนือที่พิพาทย่อมตกเป็นของทายาท ซึ่งรวมทั้งจำเลยที่ ๒ ด้วย การครอบครองที่พิพาทของจำเลยที่ ๒ โดยอาศัยสิทธิของนางพลอยต้องยุติลงนับแต่วันที่นางพลอยตายและถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองเพื่อตนนับตั้งแต่เวลานั้นตลอดมา เพราะสิทธิครอบครองของนางพลอยเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ จะถือว่าโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นเจ้าของมาฝ่ายเดียวเกิน ๑ ปีที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ผู้เดียวไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า คำให้การของจำเลยขัดแย้งกันในตัวนั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งหมด และแม้ที่พิพาทจะไม่เป็นของจำเลยทั้งหมด แต่จำเลยก็เป็นเจ้าของร่วมกับโจทก์

เพราะที่พิพาทเป็นมรดกของนางพลอย ย่อมตกทอดแก่จำเลยในฐานะบุตรของนางพลอย หาใช่เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียวไม่ คำให้การของจำเลยจึงไม่ขัดแย้งกัน เมื่อที่พิพาทส่วนหนึ่งเป็นมรดกของนางพลอยตกได้แก่ทายาทและยังไม่ได้แบ่งปันกัน จำเลยที่ ๒ เป็นทายาทนางพลอย ย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของที่พิพาทด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยได้ครอบครองเกินส่วนของตนไปเท่าใด โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายปสพ นพรัมภา
ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้