Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมบริษัทประกันภัยโจทก์ได้ฟ้องจำเลยให้ชำระเบี้ยประกันภัยศาลฎีกาพิพากษาว่าตามเงื่อนไขท้ายสัญญาประกันภัย มิใช่ให้โจทก์เรียกเบี้ยประกันภัยระหว่างที่พักกรมธรรม์นั้นได้ แต่ให้อำนาจเพียงที่จะเรียกร้องเงินค่าเคลมคืนเท่านั้น(ค่าเคลมคือค่าเสียหายที่บริษัทประกันภัยชดใช้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปตามกรมธรรม์ประกันภัย) จึงพิพากษายกฟ้องบริษัทประกันภัยโจทก์มาฟ้องคดีนี้ ขอให้จำเลยชำระเงินค่าเคลมคืนตามเงื่อนไขในท้ายสัญญาประกันภัยได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะคดีแรกกับคดีนี้เป็นประเด็นคนละเรื่องกันเงื่อนไขแนบกรมธรรม์สัญญาประกันภัยมีว่า "กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ต้องชำระเบี้ยประกันให้กับบริษัทครบอายุ 1 ปีแต่ทางบริษัทอนุโลมให้ผ่อนชำระเบี้ยประกันได้ ทั้งนี้ต้องชำระเบี้ยประกันทุกๆ งวดโดยไม่มีการพักกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ ผู้เอาประกันภัยยินดีจะให้เรียกร้องเงินค่าเคลมซึ่งบริษัทได้จ่ายไปนั้นๆทั้งหมด" นั้น เป็นการทำสัญญาประกันภัยมีกำหนด 1 ปี จำเลยส่งเบี้ยประกันเพียง 29 งวด ไม่ได้ส่งจนครบอายุ 1 ปีจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงต้องรับผิดคืนเงินค่าเคลมที่บริษัทโจทก์จ่ายไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยโจทก์เป็นบริษัทรับประกันภัย ไม่ได้ทำการค้าขายอย่างใดไม่ใช่พ่อค้า การที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินค่าเคลมที่จ่ายไปคืนจากจำเลยตามเงื่อนไขในกรมธรรม์สัญญาประกันภัย ไม่ใช่การเรียกเอาค่าที่ (พ่อค้า) ได้ส่งมอบของ แต่เรียกเอาในฐานที่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาประกันภัย จึงไม่จำต้องฟ้องภายในอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำรถยนต์ 96 คันมาประกันวินาศภัยหรืออุบัติเหตุไว้กับโจทก์โดยยอมเสียเบี้ยประกันภัยรวมทั้งค่าอากรด้วยเป็นเงินปีละ 726,729.60 บาท โดยจำเลยตกลงผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยให้โจทก์เป็นงวด ๆ จำเลยผ่อนชำระเบี้ยประกันได้ 29 งวด ยังไม่ครบ1 ปี ก็ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัยกับโจทก์ตั้งแต่งวดที่ 29 จึงเป็นการผิดสัญญาที่ได้ตกลงไว้ในเงื่อนไขพิเศษตามใบแทรกกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเงินค่าเคลมซึ่งโจทก์ได้จ่ายไปแล้ว 78,763 บาท กลับคืนได้ทั้งหมดตามสัญญาจึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเคลมคืนให้โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่ได้ผิดสัญญา มีเงื่อนไขระบุไว้ในกรมธรรม์ว่า หากมิได้ชำระเบี้ยประกันในงวดใด ก็ให้ยกกรมธรรม์โดยไม่ต้องคุ้มครองในงวดนั้น และผู้เอาประกันไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อจำเลยไม่ชำระเบี้ยประกันตั้งแต่งวดที่ 29 ตลอดมาจึงถือได้ว่ากรมธรรม์เลิกกันแล้ว

จำเลยให้การต่อสู้อีกว่า

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเบี้ยประกันที่ค้างชำระต่อศาลแพ่งครั้งหนึ่งแล้วจะมาฟ้องเรียกเงินค่าเคลมนี้อีกไม่ได้ เป็นการฟ้องซ้ำ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเคลมคดีนี้เกินกว่า 2 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญากรมธรรม์ยังไม่เลิก ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยต้องรับผิดชำระเงินค่าเคลมที่บริษัทโจทก์ได้จ่ายไป พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเคลม78,763 บาทให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำกรมธรรม์สัญญาประกันภัยฉบับที่โจทก์นำมาฟ้อง และโจทก์ได้จ่ายเงินค่าเคลมไปแล้วเป็นจำนวน 78,763 บาท กรมธรรม์สัญญาประกันภัยที่โจทก์ฟ้องคดีนี้กับที่โจทก์ฟ้องคดีแรกเป็นกรมธรรม์สัญญาประกันภัยฉบับเดียวกันคดีแรกเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกร้องเอาเบี้ยประกันภัยจากจำเลยแต่คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินค่าเคลมที่ได้ออกให้จำเลยไป โดยมีข้อสัญญาตามกรมธรรม์ประกันภัยว่า

เมื่อขาดส่งเบี้ยประกันภัย จำเลยต้องคืนเงินค่าเคลม เป็นประเด็นคนละเรื่องกันจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามเงื่อนไขแนบกรมธรรม์สัญญาประกันภัยมีข้อความว่า "กรมธรรม์ฉบับนี้ต้องชำระเงินเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทครบอายุ 1 ปี แต่ทางบริษัทอนุโลมให้ผ่อนชำระเงินเบี้ยประกันภัยได้ ทั้งนี้ ต้องชำระเบี้ยประกันภัยทุก ๆ งวด โดยไม่ต้องมีการพักกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ ผู้เอาประกันยินดีให้เรียกร้องเงินค่าเคลมซึ่งบริษัทได้จ่ายไปนั้น ๆ คืนทั้งหมด" ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยส่งเบี้ยประกันเพียง 29 งวด มิได้ส่งจนครบอายุ 1 ปี จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงต้องรับผิดคืนเงินค่าเคลมที่โจทก์ได้จ่ายไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย

แม้ว่ากรมธรรม์สัญญาประกันภัยจะได้เลิกกันไปแล้วก็ตามโจทก์เป็นบริษัทรับประกันภัย ไม่ได้ทำการค้าขายอย่างใดไม่ใช่พ่อค้า การที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาเงินค่าเคลมที่จ่ายไปคืนจากจำเลยตามเงื่อนไขในกรมธรรม์สัญญาประกันภัย ไม่ใช่การเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของ แต่เรียกเอาในฐานที่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาประกันภัย จึงไม่จำต้องฟ้องภายในอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจิต ไชยาคำ · โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้