Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11096/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ผู้เสียหายจะอ้างว่ายอมลงชื่อในเอกสารเพราะถูกจำเลยรบเร้า แต่ก็มิใช่ลงชื่อเพราะถูกกลฉ้อฉล หลอกลวง หรือถูกข่มขู่ การลงชื่อในเอกสารจึงสมบูรณ์เมื่อเอกสารดังกล่าวแสดงว่าผู้เสียหายตกลงยอมความกับจำเลยทั้งสอง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปทันทีที่ผู้เสียหายลงชื่อและเขียนข้อความในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) การที่ผู้เสียหายยืนยันต่อศาลในภายหลังว่าความจริงแล้วยังติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสองและไม่ถอนคำร้องทุกข์นั้น หาทำให้สิทธินำคดีมาฟ้อง ซึ่งระงับไปแล้ว กลับเป็นไม่ระงับไปไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 80, 83

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เนื่องจากฎีกาของจำเลยทั้งสอง มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงของผู้เสียหายเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1 ที่มีข้อความระบุว่า "หลังเกิดเหตุ ผู้บริหารนิตยสารจักรวาลตำรวจและจำเลยทั้งสองได้มาชี้แจงให้ผู้เสียหายทราบว่า ที่จำเลยทั้งสองอ้างอิง "ผู้การ" คือ "ผู้การเฉลียว" หรือพลตำรวจตรีเฉลียว อักษรดี ประธานนิตยสารจักรวาลตำรวจ ไม่ใช่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงครามแต่อย่างใด ที่ผู้เสียหายดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองเกิดจากความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งจำเลยทั้งสองแม้แต่น้อย และไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสองอีกต่อไป" กับมีข้อความกำกับท้ายลายมือชื่อผู้เสียหายด้วยว่า "ขอยืนยันว่าไม่ติดใจเอาความ" ซึ่ง ข้อความข้อนี้ศาลฎีกาจึงจดรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 24 มีนาคม 2553 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจนเสียก่อนว่าผู้เสียหายประสงค์จะถอนคำร้องทุกข์หรือไม่

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วได้ความตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ว่า ผู้เสียหายแถลงรับว่าลายมือชื่อและข้อความที่ว่าขอยืนยันว่า ไม่ติดใจเอาความที่ปรากฏในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นลายมือชื่อของผู้เสียหาย ที่เขียนเอง เมื่อข้อความในหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำเป็นทำนองว่าผู้เสียหายกับจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะยอมความกันโดยไม่ติดใจดำเนินคดีกันต่อไป ทั้งเหตุที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น ไต่สวนข้อเท็จจริงตามหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1 ก็เพื่อให้ได้ความแน่ชัดว่าผู้เสียหายประสงค์ที่จะให้เกิดผลตามข้อความในหนังสือดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งผู้เสียหายก็มิได้โต้แย้งหรือแสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการให้เกิดผลดังข้อความในเอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด

แม้จะได้ความว่าเหตุที่ผู้เสียหายยอมลงลายมือชื่อก็เพราะผู้เสียหายทนจำเลยทั้งสองรบเร้าไม่ไหวก็ตาม ก็ไม่ทำให้ความประสงค์ตามข้อความในเอกสารดังกล่าวเสียไป เมื่อไม่ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวทำขึ้นโดยถูกกลฉ้อฉล หลอกลวงหรือข่มขู่ กรณีย่อมต้องถือว่าผู้เสียหายได้แสดงเจตนายอมความกับจำเลยทั้งสองโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายตกลงยอมความกับจำเลยทั้งสองแล้ว สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องย่อมระงับไปทันทีที่ผู้เสียหายลงชื่อและเขียนข้อความลงในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ดังนั้น การที่ผู้เสียหายกลับมายืนยันต่อศาลชั้นต้นในภายหลังว่า ความจริงแล้วผู้เสียหายยังติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสองและไม่ถอนคำร้องทุกข์นั้น

หามีผลทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องซึ่งได้ระงับไปตามหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว กลับเป็นไม่ระงับไปไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · ไมตรี ศรีอรุณ · สุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายธาดา กษิตินนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4266/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ924/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ729/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2566

เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกคำพิพากษาเดิมและพิพากษาใหม่เป็นยกฟ้องตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 13 (1) แล้ว สิทธิในกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3957/2566

แม้บัญชีธนาคาร ก. สาขาซีคอนสแควร์ เลขที่บัญชี 659-1-32XXX-X ของจำเลยที่ 4 ที่มีการรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในคดีนี้ เป็นบัญชีเดียวกับบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในคดีหมายเลข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3851/2563

ภายหลังจากจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ ได้มี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2559 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2541 โดยมาตรา 5 วรรคสอง ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้