Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1109/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ผู้เช่าอาคารมีหนังสือถึงโจทก์ประสงค์ ที่จะรื้ออาคารพิพาทบางส่วนแล้วจะสร้างใหม่เพื่อความสวยงามความปลอดภัย และปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำที่มุ่งหมายต่อผลประโยชน์ของจำเลยที่ 2 โดยเฉพาะไม่มีข้อความตอนใดที่ให้ถือเอาการรื้อถอนแล้วก่อสร้างอาคารพิพาทบางส่วนขึ้นใหม่เป็นการตอบแทนในการที่จำเลยที่ 2ได้เช่าอาคารพิพาททั้งหมด แม้โจทก์จะได้รับประโยชน์จากการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้นมิใช่กรณีที่โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 2 ซ่อมแซมใหญ่ตอบแทนการเช่าอาคารพิพาทต่อไปอีก ส่วนการที่จำเลยที่ 2 ขอทำสัญญาเช่าต่อจากสัญญาเดิมไปอีก 6 ปี แต่โจทก์ให้ต่อเพียง3 ปี นั้น เป็นเพียงการตกลงกันทำสัญญาเช่าธรรมดาโดยขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไปอีก 3 ปี มิใช่มีสัญญาต่างตอบแทนซ้อนอยู่ในสัญญาเช่าอีกโสดหนึ่งด้วย แสดงว่าสัญญาเช่าอาคารพิพาทเป็นสัญญาเช่าธรรมดามิใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองกับบริวารออกไปจากอาคารที่จำเลยเช่าจากโจทก์ แต่โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองกับบริวารจะส่งมอบอาคารดังกล่าวคืนแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า เดิมจำเลยที่ 2ทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทจากผู้จัดการมรดกของนายสุทธิพงศ์ ศรีวิกรม์ มีกำหนด 3 ปี ตามฟ้อง แต่ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่า ผู้จัดการมรดกได้ตกลงให้จำเลยที่ 1 เช่าต่อโดยมีข้อตกลงต่อกันว่า จำเลยที่ 1 จะต้องก่อสร้างและปรับปรุงอาคารพิพาทด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เอง โดยโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารดังกล่าวเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ 2 มกราคม 2519 เป็นต้นไปหลังจากครบกำหนด 10 ปีแล้ว

จำเลยที่ 1 ยอมให้สิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารพิพาทเสียค่าใช้จ่ายไปเป็นเงินประมาณ 1,500,000 บาท และมิได้ปฏิบัติผิดสัญญาเช่าแต่ประการใด การที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ออกจากอาคารพิพาทเป็นการประพฤติผิดสัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ และให้โจทก์ทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำเลยที่ 2 ให้การว่า เมื่อครบกำหนดการเช่าแล้วจำเลยที่ 2 กับบริวารได้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารพิพาทแล้ว และมิได้เกี่ยวข้องกับอาคารพิพาทที่เช่าขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ว่า

โจทก์ไม่เคยตกลงให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาทมีกำหนด 10 ปีเป็นการตอบแทนการที่จำเลยที่ 1 ก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารพิพาทด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยที่ 1 การซ่อมแซมอาคารพิพาทเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสองในการใช้สอยอาคารพิพาท สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาจำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามคำฟ้องแย้งจากโจทก์ทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 กับบริวารและให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 25,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 กับบริวารจะออกไปจากที่พิพาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าตามหนังสือของจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.10 ประกอบกับหนังสือสัญญาเช่า เอกสารหมาย จ.12 และข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ 1กับโจทก์ แสดงว่า สัญญาเช่าอาคารพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดานั้นเห็นว่า หนังสือของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีไปถึงผู้จัดการมรดกของนายสุทธิพงศ์ ศรีวิกรม์ เอกสารหมาย จ.10 มีข้อความว่า"อาคารที่ดิฉันเช่าอยู่นี้ โดยเฉพาะอาคารหลังที่ติดอยู่กับริมถนนใหญ่ พระราม 4 ใคร่ขออนุญาตทำการรื้อถอนโดยด่วนเพราะอาคารทรุดมาก และสร้างผิดกฎเทศบัญญัติ จึงได้ตัดสินใจปรับปรุงก่อสร้างอาคารหลังใหม่ เพื่อความสวยงาม ความปลอดภัยและปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายเทศบาลต่อไป ทั้งนี้เป็นผลดีด้วยกันทุกฝ่าย

หวังว่าท่านคงไม่ขัดข้อง แต่อย่างไรก็ดีการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงตบแต่งสถานที่ในบริเวณที่เช่าอยู่นี้จะต้องใช้เงินจำนวนหลายแสนบาท โดยเฉพาะการลงทุนในครั้งแรกนี้จะต้องใช้เงินอย่างน้อย 2 แสนบาท และค่อย ๆขยายปรับปรุงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งให้มีความสวยงามทุกส่วนในบริเวณของสถานที่เช่าซึ่งต้องใช้เงินอีกจำนวนไม่น้อยด้วยเหตุนี้ จึงขอความเห็นใจจากท่าน เพื่อให้ดิฉันได้รับความอบอุ่นในการทำมาหากิน และความมั่นคงในการลงทุนของผู้ถือหุ้น จึงขอต่ออายุสัญญาเช่ามีกำหนด 6 ปี ส่วนค่าเช่าสำหรับเดือนนี้ใคร่จะของเพราะจะทำการก่อสร้างในเดือนนี้ขณะนี้กำลังเฝ้ารอคำตอบจากท่านอยู่ เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป"ตอนท้ายหนังสือของจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.10 มีบันทึกของนายอุดมศักดิ์ ภาสะวณิช ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งของนายสุทธิพงศ์ ว่า "ผมไม่ขัดข้อง เรื่องอาคารเพราะต้องรื้ออยู่แล้ว ขอดูแบบที่จะสร้างให้ใหม่ ถ้าสร้างและของค่าเช่าหนึ่งเดือนก็เห็นควร แต่การขอต่ออายุสัญญา 6 ปี นั้นนานไปควรให้เพียง 3 ปี และจะต่อให้อีก 3 ปี ภายหน้าได้"

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความในหนังสือของจำเลยที่ 2 ดังที่กล่าวมาแล้วแสดงถึงเจตนาอันแท้จริงของจำเลยที่ 2 ว่า ประสงค์ที่จะรื้อถอนอาคารพิพาทบางส่วนคือส่วนที่ติดกับถนนพระราม 4เพราะทรุดมาก แล้วจะสร้างใหม่เพื่อความสวยงาม ความปลอดภัยและปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำที่มุ่งหมายต่อผลประโยชน์ของจำเลยที่ 2 โดยเฉพาะไม่มีข้อความตอนใดที่ให้ถือเอาการรื้อถอนแล้วก่อสร้างอาคารพิพาทบางส่วนขึ้นใหม่เป็นการตอบแทนในการที่จำเลยที่ 2 ได้เช่าอาคารพิพาททั้งหมดแม้โจทก์จะได้รับประโยชน์จากการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น มิใช่กรณีที่โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 2ซ่อมแซมใหญ่เพื่อตอบแทนการเช่าอาคารพิพาทนั้นต่อไปอีกส่วนการที่จำเลยที่ 2 ขอทำสัญญาเช่าต่อจากสัญญาเดิมไปอีก6 ปี แต่โจทก์ให้ต่อเพียง 3 ปี

นั้น เห็นได้ว่า เป็นเพียงการตกลงกันทำสัญญาเช่าธรรมดาโดยขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไปอีก 3 ปี มิได้มีสัญญาต่างตอบแทนซ้อนอยู่ในสัญญาเช่าอีกโสดหนึ่งด้วย ดังนั้นตามเอกสารหมาย จ.10 แสดงว่า สัญญาเช่าอาคารพิพาทเป็นสัญญาเช่าธรรมดามิใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา นอกจากนี้ตามหนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.12 ก็ไม่มีข้อความตอนใดที่มีสัญญาต่างตอบแทนซ้อนอยู่ในสัญญาเช่าอีกโสดหนึ่งด้วยแม้ในข้อ 3 ของสัญญาเช่าดังกล่าวจะระบุว่า การปลูกสร้าง ดัดแปลงหรือต่อเติมที่ผู้เช่าได้กระทำขึ้นนั้น รวมทั้งสัมภาระในการดัดแปลง ต่อเติมหรือปลูกสร้างที่ผู้เช่าได้กระทำขึ้น โดยได้รับอนุญาตหรือไม่ก็ดีให้ตกเป็นทรัพย์ของผู้ให้เช่าทันทีก็ตามแต่การกระทำดังกล่าวมิใช่เป็นการตอบแทนที่จะเป็นเหตุให้โจทก์ต้องยอมให้จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ 2 เช่าอาคารพิพาท

เพราะเป็นข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 จะกระทำหรือไม่ก็ได้สุดแล้วแต่อำเภอใจของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 จะก่อสร้างต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารพิพาทหรือไม่ ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่า ดังนั้นเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาทต่อไปโดยไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกันอีก ถือว่าโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา แต่ข้อตกลงในการเช่าก็ต้องถือตามสัญญาเช่าเดิม คือเป็นการเช่าธรรมดาไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดายิ่งกว่านั้นข้อเท็จจริงที่ได้จากการเดินเผชิญสืบตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 25 ธันวาคม 2527 ปรากฏว่ามีการซ่อมแซมลานด้านหน้าของอาคารพิพาทซึ่งมีสภาพทรุดโทรมลานสำหรับตั้งโต๊ะอาหาร

มีการจัดทำสวนอาหารขึ้นใหม่ โดยมีเวทีดนตรีตัวอาคารมีห้องปรับอากาศ มีการซ่อมแซมห้องให้ดีขึ้นจัดให้มีที่ทำงานธุรการ ทำห้องน้ำขึ้นใหม่ สร้างโรงเรือนสำหรับเป็นที่พักของคนงาน สร้างโรงครัวด้านหลังอาคารขึ้นใหม่มีการติดตั้งโคมไฟ และปรับปรุงไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกอาคารเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการเผชิญสืบดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าเป็นการซ่อมแซมปรับปรุงตกแต่งและประดับอาคารกับบริเวณนอกอาคารเพื่อให้มีสภาพเหมาะสมสำหรับการที่จำเลยที่ 1 จะใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 โดยเฉพาะเท่านั้น มิใช่เป็นการก่อสร้างซึ่งเป็นการตอบแทนการที่โจทก์จะให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาท

การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับอาคารพิพาท รวมทั้งบริเวณนอกอาคารจึงไม่มีผลทำให้การเช่าอาคารพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาดังที่จำเลยที่ 1 อ้าง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาทเป็นการทำสัญญาเช่าธรรมดา มิใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาจำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิที่จะเช่าอาคารพิพาทเป็นเวลา 10 ปีดังข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ฉะนั้นการที่โจทก์ไม่ให้จำเลยที่ 1เช่าอาคารพิพาทเป็นเวลา 10 ปีนั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาทเป็นเวลา 10 ปี และเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ การที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าอาคารพิพาทโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 เช่าต่อไป จึงได้บอกเลิกการเช่าและให้จำเลยที่ 1ออกจากอาคารพิพาทภายในวันที่ 31 มีนาคม 2527 จำเลยที่ 1ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2527ถือว่าโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว สัญญาเช่าระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นอันระงับลงตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2527จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในอาคารพิพาทอีกต่อไปส่วนการที่โจทก์รับเงินค่าเช่าจากจำเลยที่ 1 หลังจากที่สัญญาเช่าระงับลงแล้วเป็นเวลา 2 เดือน นั้นถือว่าเป็นค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 อยู่ในอาคารพิพาทโดยละเมิดไม่เป็นเหตุให้เกิดสัญญาเช่ากันต่อไปอีก นอกจากนี้การที่จำเลยที่ 1 ยังคงอยู่ในอาคารพิพาทโดยละเมิดต่อมาอีกโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ได้ และได้ความว่าที่ดินและอาคารพิพาทอยู่ในทำเลการค้ามีเนื้อที่กว้าง 2 ไร่เศษ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยที่ 1ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 25,000 บาท จึงเป็นการเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้