คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแบ่งที่นาพิพาทออกเป็น 4 ส่วนให้โจทก์สามคนได้คนละส่วน ฯลฯจำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านาพิพาทเป็นของนายสายทองซึ่งเป็นบิดาของโจทก์ทั้งสาม ทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกของนายสายทองคงมีแต่โจทก์ทั้งสามกับนางโหง่นมารดานายสายทอง จำเลยซึ่งเป็นน้องชายนายสายทองซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกผู้ตาย จึงยกอายุความ 1 ปีขึ้นต่อสู้ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1755 และศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่าที่นาพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายสายทองผู้ตาย ตกทอดได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทกับนางโหง่น
โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เยาว์นางสาวสมนึกและนางทมมารดาโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่อำเภอตามเอกสารหมาย จ.1 โดยพลการ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 บัญญัติว่า สัญญาประนีประนอมยอมความอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินของเด็ก ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาตด้วยเหตุนี้สัญญาประนีประนอมยอมความที่นางสาวสมนึกและนางทมมารดาโจทก์ทำไว้ จึงไม่มีผลที่จะบังคับแก่โจทก์ได้พิพากษายืน