Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ท. เป็นเจ้าของที่ดินและตึกพิพาทซึ่งจำนองไว้แก่ ช. จำเลยรู้ดีว่า ช. กับ ท. กำลังเป็นความกันอยู่และศาลได้พิพากษาให้ท. ไถ่ถอนจำนองที่ดินและตึกพิพาทควรจะรู้แล้วว่าหากท. ไม่จัดการไถ่ถอน. ที่ดินและตึกพิพาทอาจจะต้องถูกยึดขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้จำนองแก่ ช.จำเลยก็ยังทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับ ท. มีกำหนด 8 ปี โดยจดทะเบียน ซึ่งควรรู้ได้ว่าจะก่อให้เกิดภาระผูกพันแก่ตึกพิพาทในเมื่อ ท.ไม่สามารถชำระหนี้จำนอง และอาจมีการขายทอดตลาดซึ่งย่อมทำให้ผู้ซื้อเสียเปรียบ ครั้นเมื่อ ท. ไม่ชำระหนี้จำนองศาลจึงบังคับคดียึดที่ดินและตึกพิพาทขายทอดตลาดโจทก์เป็นผู้ซื้อได้โดยไม่รู้ว่าตึกพิพาทมีสัญญาเช่าผูกพันอยู่ พฤติการณ์ของ ท.กับจำเลยถือได้ว่าท. กับจำเลยสมยอมกันทำสัญญาเช่าตึกพิพาทโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้บุคคลที่อาจประมูลซื้อตึกพิพาทในภายหลังเสียเปรียบเป็นการฉ้อฉลแม้โจทก์จะประมูลซื้อตึกพิพาทในภายหลัง ก็ถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา237 สัญญาเช่านั้นจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายได้ จำเลยให้การแต่เพียงว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ได้บรรยายว่าเคลือบคลุมอย่างไร เป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 จำเลยโต้แย้งขึ้นมาในชั้นแก้ฎีกาจึงไม่เป็นประเด็นต้องวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินโฉนดที่ 5685 พร้อมด้วยตึกแถวที่ปลูกสร้างบนที่ดินนี้ได้จากการขายทอดตลาดของศาล เมื่อโจทก์จะเข้าอยู่ในตึกแถว ปรากฏว่าจำเลยเข้าอยู่ค้าขายในตึกแถวนั้น โจทก์ให้ออกไป จำเลยเพิกเฉยอ้างจดทะเบียนการเช่ากับนายทวี จิตระกูล (เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม) มีกำหนด 8 ปี ทั้งจำเลยไม่เคยชำระค่าเช่าให้โจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถว และให้ชำระค่าเสียหายจากวันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่ดินและตึกแถวจำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวกับนายทวี จิตระกูล จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมายมีกำหนด 8 ปี ในขณะที่ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทวี

โจทก์เข้าประมูลซื้อทรัพย์รายนี้โดยทราบดีถึงสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับนายทวี โจทก์จึงต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่า จำเลยไม่เคยผิดสัญญาเช่าโจทก์ไม่เคยเรียกเก็บค่าเช่าจากจำเลย โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเองไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวตามฟ้อง และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากตึกแถวจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2508 นายทวี จิตระกูล เป็นโจทก์ฟ้องนายชุณห์สี อโนดาต เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ ขอให้นายชุณห์สีรับการไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 5685 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง(ตึกพิพาทคดีนี้) นายชุณห์สี ให้การและฟ้องแย้งนายทวีโดยขอบังคับให้นายทวีไถ่ถอนจำนองศาลจังหวัดนครสวรรค์พิพากษาให้ยกฟ้องนายทวีและยกฟ้องแย้งนายชุณห์สี นายทวีและนายชุณห์สีอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นายชุณห์สีรับไถ่ถอนการจำนองจากนายทวี นายชุณห์สีฎีกา ศาลฎีกา พิพากษาให้นายทวีชำระต้นเงิน 95,000 บาท กับดอกเบี้ย ถ้าไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้นายชุณห์สี นายทวี ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลจังหวัดนครสวรรค์จึงออกหมายบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ 5685 พร้อมตึกพิพาทขายทอดตลาด โจทก์และนายไพบูลย์ทวีชัยการ เป็นผู้ซื้อได้ เมื่อโจทก์ซื้อตึกพิพาทแล้ว ปรากฏว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทนี้นายทวี จิตระกูล มีกำหนด 8 ปี โดยทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าแล้วตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2511ปัญหาว่า จำเลยกับนายทวี จิตระกูล ทำสัญญาเช่ากันเป็นการฉ้อฉล โจทก์ซึ่งซื้อตึกพิพาทได้จากการขายทอดตลาดของศาลหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าตึกพิพาทระหว่างจำเลยกับนายทวี

ทำกันไว้หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้นายทวี จิตระกูล ไถ่ถอนการจำนองที่ดินและตึกพิพาทจากนายชุณห์สี อโนดาตประมาณ 8 เดือนเศษ และก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้นายทวี จิตระกูล ชำระหนี้จำนองแก่นายชุณห์สี 20 วัน ทั้งจำเลยเองเบิกความรับว่า ก่อนทำสัญญาเช่า จำเลยรู้เรื่องนายทวีเป็นความกับนายชุณห์สีผู้รับจำนองที่ดินและตึกพิพาท ฉะนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าทั้งนายทวีและจำเลยต่างรู้ดีว่าตึกพิพาทที่เช่ากันนี้เป็นทรัพย์ที่นายทวีผู้ให้เช่ากำลังเป็นความกันอยู่ และรู้ดีว่าขณะทำสัญญาเช่นนั้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นายทวีไถ่ถอนที่ดินและตึกพิพาทจำนองจากนายชุณห์สี และมีเหตุควรรู้ว่า หากนายทวีไม่จัดการไม่ไถ่ถอนการจำนองแล้ว ที่ดินและตึกพิพาทอาจจะต้องถูกยึดขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้จำนองแก่นายชุณห์สี ดังนั้น การที่นายทวีและจำเลยทำสัญญาเช่าตึกพิพาทย่อมมีเหตุควรรู้ได้ว่าจะก่อให้เกิดภาระผูกพันแก่ตึกพิพาทในเมื่อนายทวีไม่สามารถชำระหนี้จำนองนี้ได้ และอาจมีการขายทอดตลาดไปยังบุคคลอื่น ย่อมทำให้ผู้เช่าที่พิพาทเสียเปรียบที่โจทก์อ้างว่าเมื่อเจ้าทำการประมูลซื้อที่ดินและตึกพิพาทนั้นโจทก์ไม่ทราบว่ามีสัญญาเช่าตึกพิพาทนั้น รับฟังได้ พฤติการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวมาฟังได้ว่า นายทวีจำเลยสมยอมกันทำสัญญาเช่าตึกพิพาทโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทางให้บุคคลที่อาจประมูลซื้อตึกพิพาทในภายหลังเสียเปรียบ เป็นการฉ้อฉล

แม้โจทก์จะประมูลซื้อตึกพิพาทในภายหลังก็ถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 สัญญาเช่าตึกพิพาทระหว่างนายทวีกับจำเลยจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์การที่จำเลยเข้าอยู่ในตึกพิพาทจึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ข้อที่จำเลยโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การแต่เพียงว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ได้บรรยายว่าเคลือบคลุมอย่างไร เป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 จึงไม่เป็นประเด็นต้องวินิจฉัยพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธรรม วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · สนิท บริรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้