Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ชายหญิงได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา มาช้านานจนกระทั่งมีบุตรโดยต่างฝ่ายต่างสมัครใจที่จะไม่ไปจดทะเบียนสมรสนั้น ถือได้ว่าชายหญิงมีเจตนาเพียงแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันสามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรก เมื่อกรณีเป็นดั่งนี้ ทรัพย์ที่ที่ได้ให้กันโดยเรียกว่า เป็นของหมั้นก็ดี การให้เงินอันเรียกว่าสินสอดก็ดี หาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดไม่ ฉะนั้นแม้จะถือว่ามิได้มีการสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายชายก็เรียกเงินและทรัพย์ที่ให้ไว้ดังกล่าวคืนไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ได้สู่ขอนางสาวจันบุตรีจำเลยให้เป็นภรรยาโจทก์จำเลยตกลงยินยอมโดยให้ฝ่ายโจทก์ จัดหาไม้กระดานปูนอกชานเรือนให้จำเลย 12 แผ่นเป็นของหมั้น โจทก์ได้จัดการนำไม้กระดานเคี่ยมมาปูนอกชานให้จำเลย 12 แผ่นราคา 360 บาท ครั้นเมื่อโจทก์กับนางสาวจันได้ทำพิธีสมรสอยู่กินเป็นสามีภริยากัน โจทก์ได้นำเงิน 500 บาทเป็นสินสอดให้จำเลยสมรสกันแล้วจำเลยไม่ไปจดทะเบียนให้ความยินยอม และต่อมาจำเลยพาลหาเหตุขับไล่โจทก์มิให้อยู่ โจทก์ต้องกลับมาอยู่บ้านโจทก์ จึงขอให้จำเลยส่งคืนไม้กระดาน 12 แผ่น กับเงินสินสอด 500 บาท กับผลข้าวที่โจทก์ร่วมแรงทำนากับจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์หมั้นนางจันด้วยไม้เคี่ยม 12 แผ่น โจทก์กับนางจันสมรสกันแล้วของหมั้นจึงตกได้แก่นางจัน ส่วนสินสอดจำเลยได้รับเพียง 100 บาทคู่ความรับกันว่า โจทก์กับนางจันบุตรจำเลยได้แต่งงานกันตามประเพณี และอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คนแต่ตายแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อได้แต่งงานและอยู่กินเป็นสามีภริยากันแล้ว แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็คงถือว่าได้มีการสมรสกันแล้วโจทก์จะเรียกคืนสินสอดทองหมั้นไม่ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมิได้จดทะเบียนสมรส ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการสมรสกันตามกฎหมาย แต่การที่โจทก์กับนางจันได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาช้านานจนกระทั่งมีบุตร และการที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่ปรากฏว่าเป็นความผิดของฝ่ายใด พฤติการณ์ฟังได้ว่า การที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น เป็นความสมัครใจของโจทก์และนางจัน หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์และนางจันมีเจตนาแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันสามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรก จึงย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าการที่โจทก์ให้ไม้กระดานอันเรียกว่าเป็นของหมั้นก็ดี

การให้เงินอันเรียกว่า สินสอดก็ดี หาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดไม่เพราะของหมั้นหรือสินสอดนั้นเป็นการให้โดยมีเจตนาจะสมรสกันตามกฎหมาย แต่คดีนี้ดังที่ได้วินิจฉัยมา ทั้งสองฝ่ายหาได้มีเจตนาจะจดทะเบียนสมรสอันจะให้ถือเป็นการสมรส โดยชอบด้วยกฎหมายไม่โจทก์จะมาเรียกทรัพย์หรือต้นเงินดังกล่าวนั้นคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1436 ไม่ได้สำหรับข้าวที่ฟ้อง โจทก์อ้างว่า ควรได้ในลักษณะหุ้นส่วนแต่ตามฟ้องไม่มีข้อความ หรือมีข้อตกลงอันเป็นพฤติการณ์ให้เห็นว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกข้าวรายนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2519

สินสอดที่ฝ่ายชายนำมามอบให้แก่ฝ่ายหญิงในการแต่งงานตามประเพณีนั้น หากชายและหญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันโดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2357/2518

สินสอดเป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1436 วรรคสาม โดยไม่จำกัดว่าหญิงซึ่งยอมสมรสนั้นบรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2517

ผู้ที่มิใช่บิดามารดาและไม่เป็นผู้ปกครองของหญิง ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินสินสอดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1436 วรรคท้าย ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2517)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2509

การหมั้นและจะเรียกว่าหมั้นก็ต่อเมื่อฝ่ายชายนำของหมั้นไปมอบให้ฝ่ายหญิง อันเป็นเรื่องที่เข้าใจกันตามธรรมดาและตามประเพณี เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นฝ่ายนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนตามประมวลกฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2506

บิดามารดาของฝ่ายชายยกที่นามือเปล่าให้แก่มารดาของฝ่ายหญิงแทนเงินค่าสินสอด โดยทำหนังสือสัญญากันเองและได้ชี้เขตแบ่งแยกออกจากที่นาผืนใหญ่ของตน ทั้งมารดาของฝ่ายหญิงก็เข้าครอบครองที่นานั้นแล้ว ดังนี้ ถือได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้