Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฎีกาว่า การดำเนินคดีอาญากับจำเลยนายอำเภอสั่งในตำแหน่งนายอำเภอไม่ได้ เพราะสุขาภิบาลเป็นนิติบุคคล ต้องสั่งในนามประธานกรรมการสุขาภิบาล ดังนี้ เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายจำเลยย่อมฎีกาได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนชั้นจัตวา ดำรงตำแหน่งเสมียนตราอำเภอและโดยคำสั่งทางราชการให้ดำรงตำแหน่งและหน้าที่กรรมการสุขาภิบาลอีกด้วย หากฟังได้ว่าจำเลยได้รับเงินไว้ แล้วไม่ลงบัญชี เป็นเหตุให้เงินขาดหายไปจากบัญชี ซึ่งถือว่าทุจริตต่อหน้าที่ เบียดบังเอาทรัพย์ไปเมื่อจำเลยไม่ใช้เงินที่ขาดหายไป อันอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงสั่งให้นายอำเภอดำเนินคดีกับจำเลย นายอำเภอได้สั่งให้ปลัดอำเภอไปแจ้งความดำเนินคดีก็ย่อมกระทำได้เพราะพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495 นายอำเภอเป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง ที่นายอำเภอสั่งให้ปลัดอำเภอไปแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย จะถือว่านายอำเภอไม่ใช่สั่งในตำแหน่งประธานกรรมการสุขาภิบาลด้วยหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ชั้นจัตวา สังกัดกรมมหาดไทย ดำรงตำแหน่งเสมียนตราอำเภอศรีมหาโพธิ์ และโดยคำสั่งทางราชการให้ดำรงตำแหน่งและหน้าที่กรรมการสุขาภิบาลและสมุห์บัญชีสุขาภิบาลศรีมหาโพธิ์ซึ่งเป็นนิติบุคคล จำเลยมีอำนาจและหน้าที่ทำ จัดการและรักษาทรัพย์สินเกี่ยวกับเงินค่าภาษีป้าย ค่าธรรมเนียมอาชญาบัตร ค่าน้ำ ฟืน ไฟ และโคกระบือ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสะสมอาหาร ค่าธรรมเนียมประกอบการค้า จากประชาชนที่มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและขอรับใบอนุญาตในการประกอบกิจการนั้น ๆ ในเขตสุขาภิบาล กับมีหน้าที่เรียก ขอรับเงินส่วนแบ่งจากเงินค่าภาษีอากรของรัฐเป็นเงินรายได้บำรุงสุขาภิบาล เป็นค่าเบี้ยประชุมกรรมการสุขาภิบาล และลงบัญชีเงินสดรายรับรายจ่ายประจำวันทันทีเมื่อจำเลยรับเงินมาจากที่ต่าง

ๆ และนำส่งเป็นผลประโยชน์ของสุขาภิบาลตรวจตราลงบัญชีกระแสรายวันให้ถูกต้อง เก็บรักษาเงินสดให้ตรงกับยอดเงินในบัญชีเงินสดรายวัน ขณะจำเลยดำรงตำแหน่งดังกล่าว จำเลยได้ใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยโดยทุจริตเบียดบังยักยอกเงินไปเป็นผลประโยชน์ อันเป็นความเสียหายแก่รัฐและสุขาภิบาล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๐๔๐.๖๔ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗,๑๕๑,๑๕๓,๑๕๗ พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๗,๙,๑๐ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๔,๐๔๐ บาท ๖๔ สตางค์ แก่สุขาภิบาลด้วย

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือน และมีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวตามฟ้องจริง แต่จำเลยไม่ได้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังว่าจำเลยได้รับเงินไว้แล้วไม่ลงบัญชี เป็นเหตุให้เงินขาดหายไปจากบัญชี ๓,๙๐๘.๔๒ บาท การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ เบียดบังเอาทรัพย์ไป และจ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่าย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๙ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ลงโทษจำคุก ๕ ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๙๐๘.๔๒ บาท แก่สุขาภิบาลอำเภอศรีมหาโพธิ์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยโดยเห็นว่า เป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยฎีกาว่า การดำเนินคดีอาญากับจำเลย นายอำเภอสั่งในตำแหน่งนายอำเภอไม่ได้เพราะ(สุขาภิบาล) เป็นนิติบุคคล ต้องสั่งในนามประธานกรรมการสุขาภิบาล เป็นปัญหาข้อกฎหมายให้รับฎีกาจำเลยข้อนี้ และการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อจำเลยไม่ใช้เงินที่ขาดหายไปจากบัญชีอันอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ผู้ว่าการจังหวัดจึงสั่งให้นายอำเภอดำเนินคดีกับจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินที่ขาดหายไปจากบัญชีเป็นเงินของรัฐตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดและรับผิดชอบในราชการของจังหวัดและอำเภอ มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอันเป็นอำนาจและหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ของรัฐบาลในจังหวัดปฏิบัติและควบคุมดูแลราชการบริหารส่วนท้องถิ่นในจังหวัดซึ่งรวมถึงสุขาภิบาลที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยส่วนนายอำเภอนั้นมีอำนาจและหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในอำเภอตามกฎหมายและตามคำสั่ง คำแนะนำชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัด ควบคุมดูแลราชการบริหารส่วนท้องถิ่นในอำเภอ และตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล

พ.ศ. ๒๔๙๕ นายอำเภอเป็นกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีหน้าที่ควบคุมดูแลสุขาภิบาลในจังหวัดให้ปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นที่เห็นได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ดำเนินคดีกับจำเลยผู้กระทำความผิดเรื่องนี้ได้ และนายอำเภอก็มีอำนาจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยได้เช่นเดียวกันในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง แม้นายอำเภอจะดำเนินคดีกับจำเลยในตำแหน่งนายอำเภอดังที่จำเลยโต้เถียง ตำแหน่งนายอำเภอก็เป็นตำแหน่งประธานกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่งด้วย ที่นายอำเภอสั่งให้ปลัดอำเภอไปแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย จะถือว่านายอำเภอไม่ใช่สั่งในตำแหน่งประธานกรรมการสุขาภิบาลด้วยหาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ ตินทุกะสิริ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายประสาท บุณยรังษี
ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้