Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109846)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยประกาศโฆษณาขายที่ดินและตึกแถวที่โจทก์ซื้อว่ามีถนนกว้าง 10 เมตร เมื่อครบ 10 ปีแล้วจะยกให้เป็นทางสาธารณะ เป็นสัญญาต่อเนื่องในการขายระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ใช่การให้คำมั่นว่าจะให้จึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือและ จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ยอมให้บุคคลภายนอกเช่าทรัพย์สินไปและทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อโจทก์ผู้มี สิทธิใช้ทรัพย์สินนั้นตามสัญญา จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องใจความอย่างเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสองสำนวนรวม ๑๐ คน ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์จากจำเลยซึ่งปลูกสร้างอยู่ในซอยคาวบอย อันเป็นถนนเชื่อมระหว่างซอยอโศกและซอยประสานมิตร โดยจำเลยได้ประกาศขณะขายว่ามีถนนกว้าง ๑๐ เมตร ผ่านทุกห้องและเมื่อครบ ๑๐ ปีแล้ว จำเลยจะยกถนนดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะ โจทก์ทั้งสิบได้ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุรกิจต่าง ๆ โดยใช้ประโยชน์จากซอยคาวบอยมา ๑๐ ปีเศษ ต่อมาต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๗ จำเลยได้ทุบทางเท้ารุกล้ำเข้ามาในถนนกว้าง ๖ เมตร และก่อสร้างสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เช่น ทำโครงเหล็กซุ้มขายอาหารรุกล้ำเข้ามาในถนนและทับฝาท่อระบายน้ำทำให้เกิดอุดตัน ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ถนนซึ่งกว้าง ๑๐ เมตร เป็นที่จอดรถยนต์เข้าออกของประชาชนและลูกค้าที่มาติดต่อกับโจทก์ และเป็นการปิดบังหน้าร้านของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ตามปกติ ขอให้สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างที่ได้สร้างบนถนนซอยคาวบอย และรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ได้สร้างไว้แล้วทำถนนให้อยู่ในสภาพเดิม

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในถนนซอยคาวบอย และได้สงวนสิทธิเป็นถนนส่วนบุคคลตั้งแต่ต้นไม่เคยประกาศว่าจะยกซอยให้เป็นทางสาธารณะ จำเลยให้บุคคลอื่นเช่าซอยเพื่อปรับปรุงซอยให้สวยงามขึ้น จำเลยมิได้เป็นผู้ทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันและทำการก่อสร้างในซอยดังโจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆที่ได้ปลูกสร้างลงในซอยคาวบอย และให้จำเลยกระทำการให้ซอยดังกล่าวกลับสู่สภาพเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ประกาศโฆษณาในขณะทำการก่อสร้างตึกแถวขายว่า มีถนนผ่านตึกแถวกว้าง๑๐ เมตร มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกาว่า ที่โจทก์ฟ้องว่าเมื่อครบกำหนด ๑๐ ปี แล้วจะยกให้เป็นทางสาธารณะ เป็นคำมั่นสัญญาที่จะทำให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เสียกรรมสิทธิ์ หากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงตกเป็นโมฆะโจทก์จะยกขึ้นกล่าวอ้างไม่ได้นั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยนี้ไม่ใช่การให้หรือคำมั่นสัญญาว่าจะให้ แต่เป็นกรณีผิดสัญญาต่อเนื่องในการขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลย จึงไม่ตกอยู่ในบังคับที่จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่เป็นโมฆะ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ยินยอมให้บริษัทพิเนตรเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เช่าซอยไปและการปรับปรุงซอยทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อโจทก์ จำเลยจะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาที่เคยตกลงไว้กับโจทก์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์
ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้