Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109524)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้ไว้ เพราะตามป.วิ.พ. มาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยไม่ได้อ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 อันเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจึงยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้และที่ศาลชั้นต้นหยิบยก พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ขึ้นวินิจฉัย จึงไม่ชอบเมื่อจำเลยค้างชำระค่าเช่านาพิพาทรวม 2 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกการเช่า ฟ้องขับไล่ เรียกค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหายจากจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวทำนา ต่อมาผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าที่ค้าง โจทก์บอกเลิกการเช่าต่อจำเลยแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่านาปี พ.ศ.๒๕๒๓ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๕ รวมเป็นเงิน ๒๒,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงิน ๑๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การต่อสู้คดีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและสามี จำเลยและสามีเคยถูกผู้รับซื้อฝากฟ้องขับไล่ แต่ตกลงกันได้ โดยจำเลยกู้เงินโจทก์มาซื้อที่พิพาทคืน โจทก์ให้ทำเป็นสัญญาซื้อขายอำพรางการจำนอง จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ โจทก์มีชื่อในโฉนดในฐานะแทนจำเลย จำเลยค้างหนี้โจทก์ ถูกโจทก์ขู่บังคับให้ทำข้อตกลงว่าจำเลยค้างค่าเช่านาโจทก์ ข้อตกลงดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๓๗๒ ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ (อำเภอปากน้ำโพ)จังหวัดนครสวรรค์ ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยชำระเงิน ๒๒,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๑๔,๐๐๐ บาทนับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๘,๐๐๐ บาท นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแต่ละสำนวนทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๕,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง

ที่จำเลยฎีกาว่า นายเสน่ห์ ปั้นสุขสวัสดิ์ ไม่ใช่กรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอเมืองนครสวรรค์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.๒๕๑๗ จึงไม่มีอำนาจพิจารณาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกเก็บหรือการชำระค่าเช่านา ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๙(๒)

ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้คดีไว้ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๗๗ บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยไม่ได้อ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ อันเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจะยกกฎหมายพิเศษดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาหาได้ไม่ ที่ศาลชั้นต้นหยิบยกพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นจึงไม่ชอบ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยค้างชำระค่าเช่านาที่ดินพิพาทรวม ๒ ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกการเช่า ฟ้องขับไล่ เรียกค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหายจากจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวินัย บุญพราหมณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2533

การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้ไว้ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2505

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าผิดสัญญาเช่าที่ดิน จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทเดิมจำเลยจำนองโจทก์ แล้วโอนให้โจทก์ โดยไม่ต้องบังคับจำนอง โจทก์ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินให้แล้ว โจทก์ผิดคำมั่นจึงข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2546

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวดังกล่าวกับ อ. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5071/2545

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวที่โจทก์เช่าอยู่อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าและโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยให้การว่าไม่ได้ผิดสัญญาคดีมีประเด็นเพียงว่าจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญาเช่าหรือไม่ ฟ้องแย้งของจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากจำเลยแล้วจำเลยทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและส่งมอบที่พิพาทคืน จำเลยให้การตอนแรกว่า ไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้