Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินสะสมที่จำเลยจ่ายให้โจทก์มีหลักเกณฑ์การจ่ายแตกต่างไปจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฯ จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย แม้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยเงินทุนสะสม ฯ จะกำหนดว่าเงินสะสมที่โจทก์ได้รับมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วยก็ไม่มีผลบังคับ เพราะขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีผลบังคับเป็นกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๓,๔๕๐ บาท ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐,๗๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ติดค้างค่าชดเชย บริษัทจำเลยมีข้อบังคับว่าด้วยเงินสะสมสำหรับพนักงานชาวเอเชีย พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญาจ้างทำงานใช้บังคับอยู่ และพนักงานของจำเลยรวมทั้งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ ตามข้อบังคับดังกล่าวจำเลยจะนำเงินเข้าฝากในบัญชียกให้ ซึ่งเปิดไว้ในชื่อของสมาชิกเงินทุนสะสมเป็นรายบุคคล ณ ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละเจ็ดของเงินเดือนมูลฐานและจำเลยจะคืนเงินทุนสะสมให้แก่สมาชิกทุกคนเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงคือออกจากงาน แต่เงินผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนเงินสะสมนั้นจะต้องหักเงินค่ชดเชยหรือเงินอื่นใดที่คล้ายกันซึ่งบริษัทอาจต้องจ่ายให้ตามผลของกฎหมาย

คำสั่ง ประกาศ หรือมติของรัฐบาล ดังนั้น เงินทุนสะสมที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่พนักงานซึ่งเป็นสมาชิก จึงเป็นเงินตอบแทนความชอบที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานที่เป็นสมาชิกทุกคนในฐานะที่ทำงานมาด้วยดีเพิ่มเป็นส่วนหนึ่งตากหากจากค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่ถ้าเงินกองทุนสะสมของสมาชิกใดน้อยกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย จำเลยก็จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเท่ากับค่าชดเชยตามกฎหมายและจะไม่จ่ายเงินกองทุนสะสมซ้ำอีก สำหรับโจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนสะสมและค่าชดเชยรวมกันเป็นเงิน ๔๘,๕๓๒ บาท ซึ่งจำเลยได้จ่ายเงินสองจำนวนนี้ให้โจทก์รับไปครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๒ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยซ้ำอีก ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา โจทก์รับว่าข้อบังคับว่าด้วยเงินทุนสะสมตามเอกสารหมาย ล.๑ เป็นเอกสารที่มีอยู่จริงและถูกต้องและรับว่าเงินที่โจทก์รับตามเอกสารหมาย ล.๒ เป็นเงินสะสมที่จำเลยนำเข้าบัญชียกให้แต่ฝ่ายเดียว ส่วนเงินสะสมตามระเบียบเดิมโจทก์ได้รับคืนจากจำเลยไปครบถ้วนแล้วก่อนที่โจทก์จะออกจากงานเพราะเกษียณอายุ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เงินสะสมตามข้อบังคับหมาย ล.๑ ไม่ใช่ค่าชดเชยแต่เป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐,๗๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามเอกสารหมาย ล.๑ มีหลักเกณฑ์โดยย่อว่า พนักงานทุกคนที่มีเงินเดือน ๆ ละ ๗๕๐ บาทขึ้นไปหรือคนงานค่าจ้างรายวันที่มีค่าจ้างสัปดาห์ละ ๑๕๐ บาท ขึ้นไปต้องเป็นสมาชิกทันทีที่ทำงานกับบริษัทจำเลยเป็นเวลาต่อเนื่องกันครบ ๑ ปี ทุก ๆ เดือนบริษัทจะนำเงินเข้าฝากในบัญชียกให้ซึ่งเปิดไว้ในชื่อของสมาชิกเงินทุนสะสมเป็นรายบุคคลในธนาคารแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละเจ็ดของเงินเดือนมูลฐานปัจจุบันสมาชิกที่ทำงานกับบริษัทเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่ครบ ๔ ปี ไม่มีสิทธิรับเงินที่อยู่ในบัญชียกให้ เงินนั้นต้องคืนให้บริษัทถ้าทำงานครบ ๔ ปี มีสิทธิได้รับเงินร้อยละห้าสิบ ยอดเงินคงเหลือต้องคืนให้บริษัท แต่ถ้าทำงานครบ ๘ ปี

สมาชิกจะได้รับเงินทั้งหมดในบัญชียกให้ เมื่อสมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ซึ่งรวมทั้งการลาออกเลิกจ้างหรือตาย หากทำงานครบกำหนดเวลาข้างต้น สมาชิกหรือทายาทของสมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสะสม ลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือทายาทไม่มีสิทธิรับเงินสะสมนี้ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยนั้นจ่ายให้ในกรณีเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ เท่านั้น ไม่จ่ายให้กรณีลูกจ้างลาออกหรือตายและลูกจ้างทำงานติดต่อกันอย่างน้อยหนึ่งร้อยยี่สิบวันไม่ต้องครบ ๔ ปี ก็มีสิทธิได้รับค่าชดเชยแล้ว นอกจากนี้ในเรื่องการจ่ายค่าชดเชยไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกจ้างจะต้องได้รับค่าจ้างขั้นต่ำเท่าใด จึงจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย เงินสะสมที่จำเลยจ่ายให้โจทก์จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย

แม้เอกสารหมาย ล.๑ ข้อ ๒๑ จะมีข้อความว่า เงินสะสมตามเอกสารดังกล่าวมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วยก็ไม่มีผลบังคับเพราะขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีผลบังคับเป็นกฎหมาย ด้วยเหตุนี้แม้โจทก์จะได้รับเงินสะสมจากจำเลยแล้วก็ยังไม่หมดสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรมศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้