Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องและคำฟ้องอุทธรณ์ปรากฏว่าโจทก์ประกอบกิจการผลิตขนมปังเบเกอรี่ โดยนำเอาวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของขนมปังเบเกอรี่มาผ่านกระบวนการผลิตด้วยแรงงานคนและเครื่องจักร เปลี่ยนสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป คือขนมปัง เบเกอรี่ อันเป็นกระบวนการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบซึ่งเป็นงานในส่วนของโรงงานผลิตของโจทก์ โจทก์นำสินค้าสำเร็จรูปไปกำหนดราคาแสวงหากำไรจากสินค้าสำเร็จรูปนั้น เมื่อได้สินค้าสำเร็จรูปแล้วฝ่ายขายจึงนำไปแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินตรา หากปราศจากสินค้าสำเร็จรูป พนักงานฝ่ายขายก็ไม่สามารถปฏิบัติงานขายได้ การที่พนักงานฝ่ายขายติดต่อรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วแจ้งฝ่ายโรงงานผลิต เป็นวิธีการกำหนดปริมาณการผลิตสินค้าและกำหนดจำนวนสินค้าสำเร็จรูปที่ฝ่ายโรงงานผลิตต้องจัดส่งไปให้ฝ่ายขาย กิจการฝ่ายโรงงานผลิตกับฝ่ายขายของโจทก์ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันโดยไม่เกี่ยวข้องกันได้ ตามลักษณะการดำเนินงานกิจการของฝ่ายโรงงานผลิตจึงเป็นงานหลัก การกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ จึงมีได้เพียงรหัสเดียวตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบฯ ข้อ 5 วรรคหนึ่ง โดยอยู่ในหมวด 0200 การผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ รหัส 0203 ประเภทกิจการการผลิตเครื่องดื่ม การผลิต การถนอมอาหาร ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ตามตาราง 1 ท้ายประกาศที่แก้ไขตามประกาศ ฉบับที่ 2 ฯ การประกอบกิจการของโจทก์ไม่ใช่การซื้อวัตถุดิบมาแล้วขายไปในสภาพวัตถุดิบ ไม่ใช่การซื้อมาขายไปโดยไม่มีการเปลี่ยนสภาพสินค้า ซึ่งเป็นลักษณะร่วมของประเภทกิจการร้านสรรพสินค้าและร้านสินค้าเบ็ดเตล็ดตามที่ระบุไว้ในรหัส 1503 หมวด 1500 การค้า จึงไม่ใช่การค้าซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นตามที่ระบุไว้ในรหัส 1503 กิจการของโจทก์จึงไม่ใช่ประเภทที่อยู่ในรหัส 1503 การที่โจทก์แยกสถานที่ตั้งของฝ่ายโรงงานผลิตและสถานที่ตั้งของฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ ออกจากกัน กับโจทก์ได้แยกการทำงานของแต่ละสถานที่ออกจากกัน ไม่ทำให้ลักษณะการดำเนินกิจการของฝ่ายโรงงานผลิตแยกออกโดยไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ ได้ จำเลยที่ 1 ชอบที่จะกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์เป็นรหัส 0203 ได้อ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและเรียกเก็บเงินสมทบ ลงวันที่ 12 กันยายน 2537 มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 1 ของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยที่ 193/2544 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการและขอให้กำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์เป็นรหัส 1503 อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2 ของค่าจ้าง สำหรับส่วนฝ่ายขาย รหัส 0203 อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้างสำหรับส่วนฝ่ายโรงงานผลิต หากศาลเห็นว่ากิจการในส่วนฝ่ายขายและส่วนฝ่ายโรงงานผลิตเกี่ยวข้องกันก็ขอให้กำหนดให้อยู่ในรหัส 1503 อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2 ของค่าจ้าง เนื่องจากผลผลิตสุดท้ายของโจทก์เป็นกิจการขายสินค้า ให้สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 1 ของจำเลยที่ 1 แก้ไขรหัสประเภทกิจการของโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ดำเนินกิจการผลิตขนมปังเบเกอรี่ออกขาย เดิมทำการผลิตและจำหน่ายในสถานที่เดียวกัน พนักงานฝ่ายผลิตและฝ่ายขายปะปนกัน สำนักงานกองทุนเงินทดแทนกำหนดรหัสเป็น 0203 ประเภทกิจการการผลิตอาหารอัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง โจทก์จ่ายเงินสมทบอัตราร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ตั้งแต่ปี 2525 ตลอดมา ต่อมาธุรกิจโจทก์เจริญและขยายเพิ่มขึ้นจึงแยกฝ่ายโรงงานผลิตไปตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ส่วนสำนักงานใหญ่ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ ตั้งอยู่ที่อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์ ฝ่ายโรงงานผลิตซึ่งเป็นส่วนของการผลิตและฝ่ายขายแยกออกจากกัน ไม่ปะปนกันมาตั้งแต่ปี 2543 โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 ขอแยกรหัสประเภทกิจการ จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งว่าโจทก์ประกอบกิจการประเภทผลิตและจำหน่าย ต้องกำหนดรหัสประเภทกิจการการผลิต คงใช้รหัส 0203 อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการมีคำวินิจฉัยที่ 193/2544 ยืนตามจำเลยที่ 1 ตามบัญชีเงินเดือนงวดเดือนมกราคม 2543 พนักงานฝ่ายโรงงานผลิตมี 778 คน รวมเงินเดือน 5,346,000 บาทเศษ พนักงานฝ่ายขายและฝ่ายอื่นที่อยู่ที่สำนักงานใหญ่และสาขาฝ่ายขายมี 739 คน รวมเงินเดือน 6,364,000 บาทเศษ วินิจฉัยว่า สินค้าที่โจทก์ขายมาจากโรงงานของโจทก์เป็นส่วนใหญ่ โจทก์ไม่ได้นำสินค้าจากแหล่งอื่นหรือเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาขายเช่นร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป กิจการผลิตและขายขนมปังเบเกอรี่จึงเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกัน โจทก์ประกอบกิจการผลิตและขายโดยนิติบุคคลเดียวกัน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรในฐานะธุรกิจเดียวกัน จึงต้องกำหนดรหัสประเภทกิจการเพียงรหัสเดียวเป็นประเภทกิจการการผลิต รหัส 0203 อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ข้อ 5 วรรคสาม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า การที่โจทก์มีสถานที่ตั้งของฝ่ายโรงงานผลิตขนมปังเบเกอรี่อยู่คนละแห่งกับสถานที่ตั้งของฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ กับโจทก์ได้แยกการทำงานของแต่ละสถานที่ออกจากกันโดยมีสินค้าขนมปังเบเกอรี่เพียงอย่างเดียว ทำให้ต้องแยกให้ฝ่ายโรงงานผลิตอยู่ในหมวด 0200 การผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ รหัส 0203 ประเภทกิจการการผลิตเครื่องดื่ม การผลิต การถนอมอาหาร ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ อยู่ในหมวด 1500 การค้า รหัส 0503 ประเภทกิจการร้านสรรพสินค้า ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด รวมทั้งการค้าซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.2 ของค่าจ้างหรือไม่ หรือโจทก์ประกอบกิจการในการขายสินค้าซึ่งอยู่ในประเภทกิจการหมวด 1500 การค้าหรือไม่

เห็นว่า ตามคำฟ้องและคำฟ้องอุทธรณ์ปรากฏว่าโจทก์ประกอบกิจการผลิตขนมปังเบเกอรี่ การผลิตขนมปังเบเกอรี่ หมายถึง การนำเอาวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของขนมปังเบเกอรี่มาผ่านกระบวนการผลิตด้วยแรงงานคนและเครื่องจักรเปลี่ยนสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป คือขนมปังเบเกอรี่อันเป็นกระบวนการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบซึ่งเป็นงานในส่วนของโรงงานผลิตของโจทก์ โจทก์นำสินค้าสำเร็จรูปไปกำหนดราคาแสวงหากำไรจากสินค้าสำเร็จรูปนั้น เมื่อได้สินค้าสำเร็จรูปแล้วฝ่ายขายจึงนำไปแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินตรา หากปราศจากสินค้าสำเร็จรูป พนักงานฝ่ายขายก็ไม่สามารถปฏิบัติงานขายได้ การที่พนักงานฝ่ายขายติดต่อรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วแจ้งฝ่ายโรงงานผลิตเป็นวิธีการกำหนดปริมาณการผลิตสินค้าและกำหนดจำนวนสินค้าสำเร็จรูปที่ฝ่ายโรงงานผลิตต้องจัดส่งไปให้ฝ่ายขาย (ปรากฏตามแถลงการณ์ปิดคดีของโจทก์ว่าฝ่ายโรงงานผลิตมีหน่วยจัดส่งสินค้าไปให้ฝ่ายขาย)

ไม่ทำให้ฝ่ายขายปฏิบัติงานได้โดยไม่มีสินค้าสำเร็จรูปไปขาย กิจการฝ่ายโรงงานผลิตกับฝ่ายขายของโจทก์ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันโดยไม่เกี่ยวข้องกันได้ ตามลักษณะการดำเนินงานที่กล่าวมากิจการของฝ่ายโรงงานผลิตจึงเป็นงานหลัก การกำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์จึงมีได้เพียงรหัสเดียวตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บ เงินสมทบ ลงวันที่ 12 กันยายน 2537 ข้อ 5 วรรคหนึ่ง โดยอยู่ในหมวด 0200 การผลิตอาหาร เครื่องดื่มและยาสูบ รหัส 0203 ประเภทกิจการการผลิตเครื่องดื่ม การผลิต การถนอมอาหาร ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น อัตราเงินสมทบร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง ตามตาราง 1 ท้ายประกาศที่แก้ไขตามประกาศฉบับที่ 2 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 การประกอบกิจการของโจทก์ไม่ใช่การซื้อวัตถุดิบมาแล้วขายไปในสภาพวัตถุดิบ

ไม่ใช่การซื้อมาขายไปโดยไม่มีการเปลี่ยนสภาพสินค้าซึ่งเป็นลักษณะร่วมของประเภทกิจการร้านสรรพสินค้าและร้านสินค้าเบ็ดเตล็ดตามที่ระบุไว้ในรหัส 1503 หมวด 1500 การค้า จึงไม่ใช่การค้าซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่นตามที่ระบุไว้ในรหัส 1503 กิจการของโจทก์จึงไม่ใช่ประเภทที่อยู่ในรหัส 1503 การที่โจทก์แยกสถานที่ตั้งของฝ่ายโรงงานผลิตและสถานที่ตั้งของฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ ออกจากกัน กับโจทก์ได้แยกการทำงานของแต่ละสถานที่ออกจากกัน ไม่ทำให้ลักษณะการดำเนินกิจการของฝ่ายโรงงานผลิตแยกออกโดยไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายขายและฝ่ายอื่นๆ ได้ ที่จำเลยที่ 1 กำหนดรหัสประเภทกิจการของโจทก์ เป็นรหัส 0203 และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการวินิจฉัยยืนนั้นชอบแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์ประกอบกิจการการผลิตและจำหน่ายต้องกำหนดประเภทกิจการเป็นกิจการการผลิตตามข้อ 5 วรรคสาม หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย วิวิตเสวี · ชวลิต ยอดเณร · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้