Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนหนี้ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือย่อมไม่สมบูรณ์ การแปลงหนี้ซึ่งไม่สมบูรณ์ในบางส่วนนั้น ถ้าหากว่าส่วนอื่นแยกออกต่างหากจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ ส่วนอื่นก็เป็นการแปลงหนี้ที่สมบูรณ์ เมื่อแปลงหนี้ใหม่แล้วถึงแม้ลูกหนี้ผิดสัญญา เจ้าหนี้จะขอเลิกสัญญา และขอให้บังคับตามหนี้เดิมไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยได้กู้เงินจาก อ.ไป ๑๕๐๐ บาท โจทก์กับ ม.เป็นผู้ค้ำประกันโจทก์ต้องใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยรวม ๒๒๖๘ บาท ๗๕ สตางค์ ให้แก่ อ.แทนจำเลยในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยจึงตกลงจะโอนนาของจำเลยและจำเลยพูดตกลงจะโอนหนี้รายที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้ ร.อยู่ ๕๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ กับ ล.ผู้ค้ำประกันร่วมกับโจทก์ยอมรับใช้เงินให้โจทก์อีก ๗๐๐ บาทโดยคู่กรณีเจตนา ระงับความผูกพันเดิม ครั้นเวลาไปโอนที่นาของจำเลยให้โจทก์ตามสัญญาปรากฎว่าที่นาขาดจำนวนไปจากที่ตกลงกันไว้ ๙ ไร่เศษ โจทก์จึงไม่ยอมรับโอนแต่จำเลยรับรองจะหากี่แปลงอื่นมาใช้จนครบ โจทก์จึงยอมรับโอน บัดนี้จำเลยไม่ยอมหานาที่ขาดมาให้โจทก์ทั้งไม่โอนหนี้รายที่เป็นเจ้าหนี้

ร.ให้แก่โจทก์ด้วย โจทก์เห็นว่าเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาได้ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนที่นาคืนแล้วใช้เงินที่โจทก์ต้องใช้แทนจำเลยไป ๒๒๖๘ บาท ๗๕ สตางค์ ศาลเดิมพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้เงินรายนางรอง ๕๐๐ บาท ๗๕ สตางค์กับราคาที่นาคิดเฉลี่ยตามส่วนที่ขาด ๒๖๐ บาท ๓ สตางค์แก่โจทก์ ส่วนคำขอให้จำเลยรับโอนที่ดินคืนนั้นให้ยกเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าพฤตติการณ์ที่ศาลล่าง+มานั้นเป็นที่เห็นได้ว่า โจทก์จำเลยมีเจตนา มุ่งจะระงับหนี้เดิมแลก่อให้เกิดความผูกพันขึ้นใหม่การตกลงกันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้นี้ต้องด้วยลักษณแปลงหนี้ใหม่ตาม ม.๓๔๙ แต่คดีปรากฎว่าการตกลงโอนหนี้ราย ร.ลูกหนี้มิได้ทำเป็นหนังสือไม่สมบูรณ์ตาม ม.๓๐๖ การแปลงหนี้ในส่วนนี้จึงไม่เกิดขึ้นตามมาตรา ๓๕+ หนี้เดิมในส่วนหนี้รายนี้ยังคงอยู่ซึ่งโจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกได้ ส่วนการแปลงหนี้ส่วนอื่นนั้นแยกออกต่างหากจากหนี้ราย ร.ลูกหนี้และเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมาย ย.แล้วหนี้เดิมในส่วนนั้นจึงระงับไปแลเกิดหนี้ขึ้นใหม่ แม้จำเลยผู้เป็นลูกหนี้จะผิดสัญญาก็ไม่มีกฎหมายให้อำนาจโจทก์ที่จะบอกเลิกหนี้ใหม่ แลขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ โจทก์จึงขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ โจทก์จึงขอให้บังคับตามหนี้เก่าได้ฉะเพาะส่วนการโอนหนี้รายของ ร.แต่ผลบังคับก็คงเป็นอย่างเดียวกับคำตัดสินศาลล่าง

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยืนตามศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรหม · กฤต · อมาตย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้