Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดต้องการเดินทางไปต่างประเทศโดยวิธีผิดกฎหมาย จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย แม้เป็นข้อที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกามิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตามแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยจึงยกขึ้นอ้างได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกหลอกลวงโจทก์ด้วยการ แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอก ให้แจ้งว่าสามารถทำหนังสือเดินทางคนประจำเรือพาโจทก์ เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ทำให้โจทก์ หลงเชื่อว่าเป็นความจริง โจทก์จึงมิได้ร่วมกระทำความผิด กับจำเลย จึงไม่ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยต่อไป ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ มีอำนาจ ฟ้องจำเลยหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341, 343และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4085/2537 หมายเลขแดงที่ 5441/2538 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลทั้งสามสำนวนให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธทั้งสามสำนวน แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวจากสารบบความทั้งสามสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 1 ทั้งสามสำนวนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 ลงโทษจำคุกสำนวนละ 8 เดือน รวมโทษจำคุก 24 เดือน นับโทษต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4085/2537 หมายเลขแดงที่ 5441/2538 ของศาลชั้นต้น ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 1 นำสืบรับกันฟังได้ยุติว่าจำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทฟูจิโยชิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้น นางสุมาลี ผิวสะอาด ได้พานายธนะ วรรณวงศ์ ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจากโจทก์ทั้งสามมาพบจำเลยที่ 1 เพื่อให้ช่วยดำเนินการขอหนังสือคนประจำเรือให้แก่โจทก์ทั้งสามเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าจำเลยที่ 1 ได้รับเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)สาขาเทเวศร์ ลงวันที่ 5 เมษายน 2539 จำนวนเงิน 30,000 บาทและแคชเชียร์เช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 100,000 บาท จากโจทก์ทั้งสามและรับเงินไปแล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่

การที่โจทก์ทั้งสามออกเช็คและแคชเชียร์เช็คเบิกจ่ายในนามของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพราะเชื่อตามที่จำเลยที่ 1 กับพวกหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าสามารถทำหนังสือคนประจำเรือพาโจทก์ทั้งสามเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าจริงดังฟ้องฎีกาจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ทั้งสามมีส่วนร่วมในการกระทำผิดต้องการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยวิธีผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น เป็นข้อที่จำเลยที่ 1 เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่เห็นว่าเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยที่ 1 จึงยกขึ้นอ้างในชั้นนี้ได้ ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวจะต้องวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายเสียก่อนว่าโจทก์ทั้งสามมีส่วนร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ข้อเท็จจริงดังได้วินิจฉัยมาแล้วฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกหลอกลวงโจทก์ทั้งสามด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่าสามารถทำหนังสือเดินทางคนประจำเรือพาโจทก์ทั้งสามเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า

ทำให้โจทก์ทั้งสามหลงเชื่อว่าเป็นความจริง โจทก์ทั้งสามจึงหาได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดไม่จึงไม่ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 ต่อไปว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผล อนุวัตรนิติการ · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สายันต์ สุรสมภพ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้