คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถโดยสารอันมีนางสาวสำราญบุตรโจทก์เป็นผู้โดยสารมา โดยจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขับด้วยความประมาททำให้รถคว่ำและนางสาวสำราญถูกรถทับบาดเจ็บ และในการที่จำเลยที่ ๑ ขับรถของจำเลยที่ ๒ นี้ก็เพื่อเก็บผลประโยชน์ส่งให้แก่จำเลยที่ ๒ ด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ทำละเมิดขึ้น และการทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ ได้กระทำโดยการขับรถยนต์รับส่งผู้โดยสารเพื่อเก็บประโยชน์แทนตามที่จำเลยที่ ๒ มอบหมาย จึงเป็นการละเมิดในการเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ๆ ต้องรับผิดร่วมด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๗ ซึ่งให้บทบัญญัติอันเกี่ยวกับนายจ้างลูกจ้าง คือ มาตรา ๔๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในประเด็นเรื่องความรับผิดของจำเลยที่ ๒ นั้น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ ๒ จะมิใช่นายจ้างของจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๒ ก็มิได้เป็นแต่เพียงผู้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์เท่านั้น จำเลยที่ ๒ ได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนจำเลยที่ ๒ ในการรั