Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องเรียกเงินคืนที่โจทก์บรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหามาแล้วว่า เมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2511 ก่อนพนักงานอัยการยื่นฟ้องบุตรโจทก์ต่อศาล จำเลยได้เรียกเอาเงินโจทก์ไป 2 คราว ๆ ละ500 บาท โดยจำเลยรับจะช่วยบุตรโจทก์ให้พ้นโทษ โดยจะหาทนายสู้คดีหรือช่วยด้วยวิธีอื่นให้บุตรโจทก์ถูกปล่อย โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยไป เมื่อบุตรโจทก์ถูกฟ้องศาล จำเลยไม่ช่วยเหลืออย่างใดกลับบอกให้บุตรโจทก์รับสารภาพโดยบอกว่า อายุยังไม่ถึง 20 ปี ศาลไม่ลงโทษเป็นเหตุให้บุตรโจทก์หลงเชื่อรับสารภาพ ดังนี้ ไม่จำเป็นต้องระบุว่าจำเลยเรียกเอาเงินจากโจทก์ที่ไหน จำเลยก็เข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว เป็นฟ้องไม่เคลือบคลุม และไม่ใช่เป็นฟ้องที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพราะไม่ใช่ให้เงินแก่จำเลยเพื่อช่วยเหลือโดยวิธีที่ผิดกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า บุตรโจทก์ถูกจับในข้อหาลักทรัพย์ จำเลยเป็นผู้ติดตามขอประกันตัวบุตรโจทก์ในระหว่างสอบสวนถึงพนักงานอัยการตลอดมา ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2511 ก่อนพนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิยื่นฟ้องบุตรโจทก์ จำเลยได้เรียกร้องเอาเงินจากโจทก์ไป 2 คราว ๆ ละ 500 บาท โดยสัญญาว่าจำเลยจะช่วยเหลือบุตรโจทก์ให้พ้นโทษ โดยรับจะหาทนายความสู้คดีหรือช่วยโดยวิธีอื่นให้บุตรโจทก์ถูกปล่อย ถ้าบุตรโจทก์ได้รับโทษจำคุกจำเลยจะคืนเงิน 1,000 บาทให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยไปทั้ง 2 คราว ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องบุตรโจทก์ต่อศาลจำเลยมิได้ช่วยเหลืออย่างไร กลับพูดจาให้บุตรโจทก์รับสารภาพโดยบอกว่าอายุยังไม่ถึง 20 ปีศาลไม่ลงโทษ

บุตรโจทก์หลงเชื่อจึงรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกโจทก์จึงขอเงินคืนจากจำเลย จำเลยผัดแล้วไม่คืนให้จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงิน 1,000 บาทให้โจทก์จำเลยให้การว่าไม่เคยสัญญากับโจทก์ดังฟ้อง ไม่เคยรับเงินทั้ง 2 คราวจากโจทก์ มูลคดีที่โจทก์อ้างในฟ้องขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งเป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะมิได้กล่าวว่าจำเลยรับเงินจากโจทก์วันเวลาและสถานที่ใด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุมและมูลคดีไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การกระทำของจำเลยเป็นการหลอกลวงโจทก์พิพากษาให้จำเลยใช้คืนเงิน1,000 บาทให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้นั่งพิจารณารับรองให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อฟ้องเคลือบคลุมเพราะมิได้ระบุว่าจำเลยเรียกเอาเงินในชั้นสอบสวนหรือชั้นพนักงานอัยการหรือก่อนนั้น และเรียกเอาครั้งเดียวหรือครั้งละเท่าใด เมื่อใด ที่ไหน เห็นว่าตามฟ้องระบุแล้วว่า เมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2511 ก่อนพนักงานอัยการยื่นฟ้องบุตรโจทก์ต่อศาล จำเลยได้เรียกเอาเงินจากโจทก์ไป 2 คราว ๆ ละ 500 บาทไม่จำเป็นต้องระบุว่าเรียกเอาเงินจากโจทก์ที่ไหน จำเลยก็เข้าใจฟ้องได้ดีแล้วฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมข้อฎีกาว่า มูลคดีของโจทก์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กล่าวหาจำเลยว่าจำเลยรับจะช่วยบุตรโจทก์ให้พ้นโทษ โดยจะหาทนายสู้คดีหรือช่วยด้วยวิธีอื่นให้บุตรโจทก์ถูกปล่อย โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินให้จำเลยไป เมื่อบุตรโจทก์ถูกฟ้องศาลจำเลยไม่ช่วยเหลืออย่างใด กลับพูดจาให้บุตรโจทก์รับสารภาพโดยบอกว่าอายุยังไม่ถึง 20 ปีศาลไม่ลงโทษ เป็นเหตุให้บุตรโจทก์หลงเชื่อจึงรับสารภาพดังนี้ ไม่ใช่เป็นฟ้องที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอย่างไร เพราะไม่ใช่ให้เงินแก่จำเลยเพื่อช่วยบุตรโจทก์โดยวิธีที่ผิดกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · โกวิท ถิระวัฒน์ · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้