คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นทางสาธารณ ให้จำเลยรื้อถอนรั้วไปให้พ้น
จำเลยให้การว่า ซอยที่โจทก์กล่าวถึงนั้น หามีความกว้างดังฟ้องของโจทก์ไม่จำเลยไม่ได้ทำรั้วรุกทางสาธารณ ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมซอกตากสิน ๑ ซึ่งเกิดกรณีพิพาทนี้มีทางคนเดินเป็นทางสาธารณ ที่ดินของโจทก์และจำเลยที่ ๒ อยู่ติดกับซอยนี้ ที่ดินที่โจทก์หาวาจำเลยปิดกั้นนั้นอยู่ในเขตโฉนดของจำเลยที่ ๒ ที่ดินของจำเลยที่ ๒ นี้แต่เดิมเป็นของนายสืบศักดิ์บิดาของจำเลยที่ ๒ นายสืบศักดิ์เคยทำหนังสือยกที่ดินให้เทศบาลทำถนน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ,โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือซึ่งโจทก์อ้างว่าเจ้าของที่ดินรวมทั้งนายสืบศักดิ์ด้วยสละที่ดินนั้น ใส่ชื่อเรื่องว่าหนังสือสละกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อสร้างถนนสาธารณ ลงสถานที่และวันที่ทำแล้วมีข้อความว่า ข้าพเจ้าผู้มีนามข้างท้ายนี้เป็นเจ้าของที่ดินในตรอกตากสิน ๑ ทุกคนยินดียอมสละกรรมสิทธิ์เนื้อที่ดินเพื่อสร้างถนนตากสิน ๑ นี้ได้ตามแต่ทางการจะต้องการมากหรือน้อยโดยไม่ขัดข้อง และไม่คิดค่าทดแทนหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่รวมที่สาธารณเข้าด้วย ท้ายหนังสือนี้ลงนามบุคคล ๙ คน และมีข้อความท้ายชื่อว่าผู้สละกรรมสิทธิ์ ข้อความในเอกสารดังนี้มิใช่แสดงว่าเจ้าของที่ดินได้สละที่ดินเป็นทางสาธารณไปแล้ว และข้อเท็จจริงได้ความว่าทางเทศบาลเพิ่งทำถนน ยังไม่ได้ทำผ่านที่ดินของจำเลย ฉะนั้น ข้อความในเอกสารก็ดี ข้อเท็จจริงที่ได้จากการปฏิบัติของทางการก็ดี ยังไม่แสดงว่าที่ดินของจำเลยเป็นทางสาธารณไปแล้ว เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงประการอื่นด้วยแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน