Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 108519)

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนโรงเรือนออกจากที่เช่าอันเป็นข้อพิพาทที่มีอยู่ ต่อมาคู่กรณีได้ตกลงกันทำสัญญามุ่งหมายที่จะให้ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการเช่าที่ดินให้เสร็จสิ้นไป โดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงเป็นข้อที่เกี่ยวกับฟ้อง ฉะนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายยอมผ่อนผันอันเกี่ยวกับข้อพิพาทที่กำลังมีอยู่แก่กัน ทำให้ข้อพิพาทเดิมของคู่กรณีได้ระงับสิ้นไป จึงมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และแม้สัญญาจะทำภายหลังโจทก์ฟ้องคดีแล้ว และกระทำกันนอกศาลก็ตาม ย่อมมีผลทำให้สิทธิดำเนินคดีของโจทก์ระงับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลสั่งพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแต่ละคนทำสัญญาเช่าที่ดินจากหม่อมราชวงศ์หญิงจันทร์รัตน์ กฤดากร ครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วไม่ได้ทำสัญญาเช่ากันใหม่ แต่จำเลยยังคงครอบครองที่เช่าต่อมา ต่อมาโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวและไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อ ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนบ้านขนย้ายออกไป จำเลยทราบการบอกกล่าวแล้ว แต่ไม่ยอมรื้อถอน เป็นการอยู่โดยละเมิด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวาร และใช้ค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า การรับโอนที่ดินของโจทก์เป็นการฉ้อฉล โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวเลิกการเช่า อำนาจฟ้องของโจทก์ระงับแล้วโดยสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ตกลงกับจำเลย ซึ่งเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อบ้านออกจากที่เช่า และให้จำเลยทั้งสองสำนวนใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เอกสารหมาย ล.๔,ล.๕ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ ข้อเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายกล่าวอ้างเป็นข้อพิพาทเดิมนั้นได้สละและก่อให้เกิดสิทธิตามข้อสัญญาอันใหม่ โดยผลแห่งสัญญาดังกล่าวทำให้ข้อพิพาทเดิมของคู่กรณีได้ระงับสิ้นไป พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่คู่กรณีตกลงทำสัญญาเอกสารหมาย ล.๔,ล.๕ เป็นกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองให้รื้อถอนโรงเรือนออกจากที่เช่า อันเป็นข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ ต่อมาคู่กรณีได้ตกลงทำสัญญาเอกสารหมาย ล.๔ ล.๕ ในข้อสัญญามุ่งหมายที่จะให้ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการเช่าที่ดินให้เสร็จสิ้นไปโดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นข้อที่เกี่ยวกับฟ้อง ฉะนั้นเมื่อทั้งสองฝ่ายยอมผ่อนผันอันเกี่ยวกับข้อพิพาทที่กำลังมีอยู่แก่กัน โดยผลแห่งสัญญาเอกสารหมาย ล.๔ ล.๕ ทำให้ข้อพิพาทเดิมของคู่กรณีได้ระงับสิ้นไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ แม้สัญญาจะทำภายหลังโจทก์ฟ้องคดีแล้วและกระทำกันนอกศาลก็ตาม ย่อมมีผลทำให้สิทธิดำเนินคดีของโจทก์ระงับ ที่โจทก์อ้างว่ามีคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล คู่กรณีต้องเสนอต่อศาล เพื่อให้ศาลจดข้อสัญญาประนีประนอมยอมความและมีคำพิพากษาไปตามนั้น ดังปรากฏตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘

ศาลฎีกาเห็นว่าตามบทกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องที่คู่กรณีตกลงทำสัญญากันต่อหน้าศาล ซึ่งศาลจำต้องมีคำพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคดีฟ้องร้องต่อศาลแล้ว คู่ความจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันนอกศาลไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายพิบูลย์ วัฒนสุนทร
ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2549

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2.10 กำหนดให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2549

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุตรว่าประพฤติเนรคุณ ขอถอนคืนการให้ที่ดินต่อมาโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยและบุตรคนอื่นปลูกบ้านให้โจทก์ และเลี้ยงดูโจทก์โดยส่งเสีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้