Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2520 (เลขอ้างอิง 108368)

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชดใช้เงินค่าก่อสร้างซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องทำตามสัญญาแต่จำเลยไม่ทำ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องจ้างบุคคลอื่นมาทำแทน แต่โจทก์บรรยายว่าจำเลยได้ละทิ้งงานก่อสร้างไปโดยงานก่อสร้างยังไม่เสร็จอยู่ 28 รายการ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยมาทำการก่อสร้างให้เสร็จ จำเลยมาก่อสร้างให้เพียง 7 รายการ ยังเหลืออยู่อีก 21 รายการ ไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดว่า งานที่จำเลยยังทำไม่เสร็จ 28 รายการนั้นคือรายการใดบ้าง มาทำเสร็จไปอีก 7 รายการ คือรายการใดบ้าง และยังค้างอยู่ 21 รายการ อันจำเลยจะต้องรับผิดในการที่โจทก์ต้องจ้างบุคคลอื่นมาทำนั้นคือรายการใด แม้โจทก์จะได้กล่าวไว้ว่าโจทก์จะได้นำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณา ก็ไม่ช่วยให้คำบรรยายฟ้องแจ้งชัดขึ้น คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชดใช้เงินที่จำเลยกระทำการก่อสร้างไม่เสร็จภายในกำหนดแห่งสัญญา โดยบรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยก่อสร้างไม่เสร็จภายใน 300 วันตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2516 หากจำเลยทำงานไม่เสร็จภายในกำหนด ยอมให้โจทก์ปรับวันละ 500 บาท คำฟ้องดังกล่าวเป็นเรื่องเรียกเบี้ยปรับในกรณีที่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา เพียงแต่บรรยายว่าจำเลยไม่กระทำการก่อสร้างให้เสร็จภายในกำหนดแห่งสัญญาก็แจ้งชัดพอแล้ว แม้จะไม่มีรายละเอียดการก่อสร้างที่อ้างว่าทำไม่เสร็จ ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้โจทก์จำเลยเป็นบุคคลเดียว

โจทก์ฟ้องโดยอ้างอาศัยสัญญาฉบับเดียวกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาจ้างจำเลยทำการก่อสร้างตึกอาคารสามชั้นครึ่ง โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างสัญญาว่าจะวัสดุสัมภาระที่มีคุณภาพดีและช่างฝีมือดีเพื่อประกอบการก่อสร้างตามรายละเอียด รูปแบบรายการแนบท้ายสัญญาทุกประการ ต่อมาจำเลยได้ละทิ้งงานก่อสร้างของโจทก์ไป โดยที่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญา โจทก์ได้ให้นายประเสริฐช่างผู้ออกแบบแปลนมาทำการตรวจสอบส่วนบกพร่องที่จำเลยยังสร้างไม่เสร็จตามแบบแปลนก่อสร้างตามสัญญาจ้างรวม ๒๘ รายการ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยมาทำการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นไป แต่จำเลยได้มาก่อสร้างเสร็จไปเพียงบางรายการ โจทก์และนายประเสริฐได้ทำการบันทึกตรวจสอบดูเห็นว่าจำเลยได้ให้ลูกจ้างมาจัดทำเสร็จไปเพียง ๗ รายการ

ยังคงเหลืออยู่อีกรวม ๒๑ รายการ (ซึ่งโจทก์จะได้นำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาต่อไป) เมื่อจำเลยไม่ยอมมาทำการก่อสร้างต่อไปให้เสร็จสิ้นตามสัญญา โจทก์จึงให้ช่างทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และให้ช่างอื่นมาทำการก่อสร้างแทนต่อไปจนเสร็จการ แต่ก่อนที่โจทก์จะจ้างช่างอื่นมาทำการก่อสร้าง โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบหลายครั้งหลายหน จำเลยไม่ยอมมาทำจึงได้จ้างช่างอื่นดังกล่าวแล้ว สิ้นค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน ๓๘,๕๐๐ บาท โจทก์ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่ง กับโจทก์ได้ให้ช่างอื่นมาทำมุ้งลวดโดยรวมค่าสิ่งของวัสดุ ค่าฝีมือ ค่าแรงงาน ทั้งหมดเป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท รายการจ้างดังกล่าวนี้ โจทก์มีหลักฐานในการว่าจ้างซึ่งจะนำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาต่อไป

การใช้เงินเพื่อทำการก่อสร้างซึ่งจำเลยจะต้องกระทำตามสัญญา แต่จำเลยไม่ได้กระทำการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นตามสัญญาดังกล่าวรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๖,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน ๔๖,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ทำการก่อสร้างตึกอาคารสามชั้นครึ่ง โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างสัญญาว่าจะจัดหาวัสดุสัมภาระที่มีคุณภาพดีและช่างฝีมือดีมาเพื่อประกอบการก่อสร้างตามรายละเอียดรูปแบบรายการแนบท้ายสัญญาทุกประการปรากฏตามสำเนาสัญญาว่าจ้างท้ายฟ้อง ตามสัญญาข้อ ๒ จำเลยสัญญาว่าจะทำการก่อสร้างงานรับจ้างให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๓๐๐ วัน

นับแต่วันเซ็นสัญญา ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๖ หากจำเลยทำงานนี้ไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดหรือล่วงเวลา จำเลยยอมให้โจทก์ปรับรายวันวันละ ๕๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้วปรากฏว่างานที่จำเลยก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญา จำเลยกลับละทิ้งงานก่อสร้างของโจทก์ โจทก์ได้ทวงถามและชี้แจงให้จำเลยทราบเป็นลายลักษณ์อักษรหลายครั้งหลายหน เพื่อให้จำเลยทำงานที่ค้างอยู่ต่อไปให้แล้วเสร็จ จำเลยก็บิดพลิ้วไม่ยอมมาทำการก่อสร้างต่อไปอีก โจทก์จำเป็นต้องหาช่างใหม่มาทำการก่อสร้างต่อ ถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างข้อ ๒ ต้องชำระค่าปรับให้โจทก์วันละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาจนกระทั่งถึงวันที่โจทก์ทำสัญญาจ้างช่างใหม่มาทำการก่อสร้างต่อ คือวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ รวมเวลา ๘๐ วัน เป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การต่อสู้คดีทั้งสองสำนวนว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่มีรายละเอียดการก่อสร้างที่อ้างว่าจำเลยก่อสร้างไม่เสร็จ ไม่พอที่จำเลยจะเข้าใจได้ ทำให้จำเลยหลงในข้อต่อสู้ ไม่อาจให้การแก่คดีหมดสิ้นทุกกระบวนความได้ และต่อสู้ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเหตุอื่นๆ อีก ตลอดจนฟ้องแย้งเรียกค่าก่อสร้างที่ค้างจากโจทก์ในสำนวนแรกด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองของสำนวนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป และเมื่อคำฟ้องเดิมเคลือบคลุม คำฟ้องแย้งของจำเลยก็ต้องตกไปด้วย พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนและยกฟ้องแย้งของจำเลยด้วย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา วินิจฉัยว่าสำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินค่าก่อสร้างซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องกระทำตามสัญญา แต่จำเลยไม่กระทำ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องจ้างบุคคลอื่นมากระทำแทน คำฟ้องของโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาคือสัญญาจ้างและคำขอบังคับ คือจำนวนเงินที่ขอให้บังคับจำเลยชำระแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่ามีข้อความไม่แจ้งชัด กล่าวคือ โจทก์บรรยายข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยได้ละทิ้งงานก่อสร้างไปโดยงานก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้น ๒๘ รายการ นั้นคือรายการใดบ้าง จำเลยมาทำเสร็จไปอีก ๗ รายการคือรายการใด และที่ยังคงค้างอยู่ ๒๑ รายการนั้นคือรายการใด อันจำเลยจะต้องรับผิดในการที่โจทก์ต้องจ้างบุคคลอื่นมาทำการก่อสร้างข้อความที่โจทก์กล่าวในวงเล็บว่า ซึ่งโจทก์จะได้นำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาต่อไป

ไม่ช่วยให้คำบรรยายฟ้องแจ้งชัดขึ้น คำฟ้องของโจทก์จึงมีข้อความไม่แจ้งชัด ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ บังคับไว้ เป็นฟ้องเคลือบคลุม สำนวนหลังโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินที่จำเลยกระทำการก่อสร้างไม่เสร็จภายในกำหนดแห่งสัญญา โจทก์ได้บรรยายคำฟ้องแสดงโดยแจ้งชัดแล้วว่า สภาพแห่งข้อหาคือสัญญาจ้างตามสำเนาท้ายคำฟ้อง คำขอให้บังคับคือจำนวนเงินที่ขอให้บังคับจำเลยชำระพร้อมด้วยดอกเบี้ย ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือ จำเลยก่อสร้างไม่เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ ๒ ซึ่งมีความว่าจำเลยจะทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๖ หากจำเลยทำงานไม่สำเร็จภายในกำหนดยอมให้โจทก์ปรับวันละ ๕๐๐ บาท

คำฟ้องดังกล่าวเป็นเรื่องเรียกเบี้ยปรับในกรณีที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาก็แจ้งชัดพอแล้ว ผิดกับคำฟ้องสำนวนแรกอันเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในการที่โจทก์ต้องไปจ้างบุคคลอื่นมาทำการก่อสร้างแทนจำเลยซึ่งโจทก์จำต้องบรรยายว่างานที่จำเลยทำไม่เสร็จเป็นเหตุให้โจทก์ต้องจ้างบุคคลอื่นกระทำแทนนั้นคืองานอะไร มิฉะนั้นก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยจะต้องรับผิดเพียงใด คำฟ้องในสำนวนหลังมีข้อความครบถ้วนถูกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้วไม่เคลือบคลุม

โจทก์ฎีกาขอให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี แต่ศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยประเด็นอื่นอันจะพึงชี้ขาดว่าโจทก์ควรจะชนะคดีหรือไม่ สมควรที่จะให้มีการวินิจฉัยชี้ขาดตามลำดับชั้นของศาล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเฉพาะคดีสำนวนหลังคือคดีหมายเลขแดงที่ ๖๖/๒๕๑๗ ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลสำหรับสำนวนนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่คดีสำนวนแรกพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · แผ้ว ศิวะบวร · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเลย - นายศักดิ์ อุตตโม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้