Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2519 (เลขอ้างอิง 108238)

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์สั่งใบชาจากต่างประเทศแล้วมาแบ่งบรรจุกระป๋อง กล่อง และห่อ ที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ และจำหน่ายตามชนิดที่ได้แยกและนำใบชาที่ลูกค้าเอามาคืนไปอบไล่กลิ่นออกแล้วผสมกับใบขาชนิดเดียวกัน กับเอาใบชาที่ขายไม่ออกผสมกับใบชาชนิดเดียวกันที่สั่งเข้ามาใหม่ บรรจุภาชนะขาย นั้น มิได้แปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพเป็นสินค้าชนิดใหม่ และหาใช่เป็นการประกอบหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ไม่ จึงไม่ใช่การผลิต ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากร

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากร จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานประเมิน จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ เป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์ทุกสำนวนเป็นผู้นำเข้าซึ่งสินค้าใบชาที่บรรจุในหีบหรือลัง ซึ่งมีชื่อการค้าและเครื่องหมายการค้าประทับจากต่างประเทศ แล้วนำใบชาดังกล่าวมาบรรจุแบ่งในห่อกระดาษและกระป๋องขนาดต่าง ๆ เพื่อจำหน่าย โดยโจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๕ ที่ด่านศุลกากรขณะนำเจ้ามาแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๒ มีหนังสือแบบแจ้งประเมินภาษีการค้า แจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีการค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับและภาษีบำรุงเทศบาลไปชำระ โดยอ้างว่าการที่โจทก์แต่ละสำนวนนำไปชาแบ่งบรรจุเป็นหีบห่อและกระป๋องเล็ก

ๆ ซึ่งมีชื่อการค้าหรือเครื่องหมายการค้า เป็นการผลิตใบชาขึ้นใหม่ ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิตอีกร้อยละ ๕ เพราะป็นสินค้าตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๐๙ บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา บัญชีที่ ๑ หมวด ๑(๔) โจทก์ทุกคนอุทธรณ์ การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องตามกฎหมายและชอบแล้ว ยกอุทธรณ์ของโจทก์ทุกคน และให้นำเงินภาษีไปชำระพร้อมทั้งเงินเพิ่มตามมาตรา ๘๙ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรอีกร้อยละ ๑ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษี การประเมินและคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เพราะโจทก์นำใบชาที่สั่งเข้ามาแบ่งบรรจุห่อและกระป๋องเล็ก ๆ เพื่อสะดวกแก่การขายและผู้ซื้อ ไม่ได้แปรรูป แปรสภาพของใบชาให้ผิดไปจากเดิม โจทก์ไม่ใช่ผู้ผลิต และบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับการค้าชนิด ๑ ก. คือผู้ที่นำเข้ามาจึงไม่ต้องเสียภาษีในฐานะผู้ผลิตอีก เพราะเป็นการประเมินเก็บภาษีซ้อน หากโจทก์จะต้องเสียภาษีในฐานะผู้ผลิต ก็ควรเสียในอัตราร้อยละ ๑.๕ จากจำนวนของส่วนที่เกินจากที่ได้เสียไว้แล้ว เพราะสินค้าที่ผลิตไม่ใช่สินค้าที่ระบุไว้ในบัญชีที่ ๑ และบัญชีที่ ๒ ท้ายพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งใช้บังคับในขณะที่นำสินค้าเข้า ขอให้พิพากษายกเลิกเพิกถอนใบสั่งประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีการค้าเสีย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทุกสำนวนเป็นผู้ประกอบการค้านำใบชาเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเสียภาษีการค้านำเข้า และทำการผลิตสินค้าดังกล่าวโดยนำใบชาดังกล่าวบางส่วนมาคัด ผสม กับใบชาหรือวัตถุอื่นประกอบ สภาพของใบชาเปลี่ยนแปลงไปคนละอย่างคนละชนิดจากที่นำเข้า แล้วแบ่งภาชนะลงในกล่อง กระป๋อง ห่อผนึก มีชื่อยี่ห้อ ตรา เครื่องหมายการค้าของโจทก์ เพื่อให้ผู้ซื้อเชื่อถือในคุณภาพของสินค้าแล้วจำหน่ายในฐานะผู้ผลิต จึงต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิตอีกร้อยละ ๕ ของรายรับ เพราะไม่ใช่สินค้าที่ได้รับการลดภาษีการค้าตามที่ระบุไว้ในบัญชีที่ ๑ และที่ ๒ ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร(ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๐๙ และจะนำภาษีที่ชำระไว้แล้วมาหักออกไม่ได้ ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบแจ้งการประเมินท้ายคำฟ้องโจทก์ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทุกสำนวน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนนำใบชาจากต่างประเทศแล้วมาแบ่งบรรจุกระป๋อง กล่อง และห่อ ที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ ออกจำหน่ายแก่ผู้ซื้อเป็นการผลิต และโจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากรอีกส่วนหนึ่งหรือไม่ นั้นเห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๗ ได้นิยามคำว่า "ผลิต" ไว้ว่า "หมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ " การที่โจทก์นำใบชาสั่งจากต่างประเทศซึ่งได้เสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าแล้วมาแบ่งบรรจุภาชนะ เช่น กระป๋องเล็ก ๆ กล่อง และ ห่อ นั้นเห็นได้ว่า เป็นการกระทำเพื่อเป็นความสะดวกแก่ผู้ซื้อรายย่อยจะซื้อได้เท่าจำนวนที่ต้องการและสะดวกในการที่จะนำพาไป และที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ที่ภาชนะ

ก็เพื่อให้ผู้ซื้อทราบถึงชนิดของใบชา และทราบว่าเป็นสินค้าของโจทก์นั่นเอง การที่โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนแบ่งใบชาออกบรรจุภาชนะจำหน่ายเป็นชนิดตามที่ได้แยกไว้แล้วจากต่างประเทศ มิได้นำมาปนกัน แม้จะได้ความว่ามีการนำใบชาบางส่วนที่ขึ้นมาอบให้แห้งเสมือนสภาพเดิมเพื่อไม่ให้ราขึ้น และมีกลิ่นเหม็น และการที่โจทก์สำนวนที่เจ็ดนำเอาใบชาที่ลูกค้าเอามาคืนไปอบกลิ่นออกแล้วผสมกับใบชาชนิดเดียวกัน กับเอาใบชาที่ขายไม่ออกผสมกับใบชาชนิดเดียวกันที่สั่งเข้ามาใหม่บรรจุภาชนะขาย ก็เป็นวิธีการตามธรรมดาของพ่อค้าที่จะระมัดระวังดูแลสินค้าของตนไม่เสียหาย และเพื่อให้สินค้าเก่าที่ค้างอยู่ ขายได้พร้อมกับสินค้าใหม่ที่สั่งมาใหม่ สินค้าใบชาดังกล่าวยังคงมีสภาพเป็นสินค้าใบชาเช่นเดิม มิได้แปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพเป็นสินค้าชนิดใหม่ และการกระทำดังกล่าวหาใช่เป็นการประกอบหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ไม่ การกระทำของโจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่การผลิต ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากร

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ชุบ วีระเวคิน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้