Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสามยทรัพย์มายังไม่ถึงสิบปี แต่การที่โจทก์ได้ใช้เส้นทางพิพาทเป็นทางเดินเข้าออกสู่ซอยและถนนสาธารณะมาตั้งแต่โจทก์ยังเป็นผู้อาศัยอยู่กับเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม จนกระทั่งโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งทักท้วงและโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใดเมื่อนับระยะเวลาทั้งสองตอนติดต่อกันก็เกินกว่าสิบปี เส้นทางดังกล่าวจึงตกเป็นทางภารจำยอมโดยทางอายุความได้สิทธิแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 แล้ว(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 113/2504)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้าตั้งบ้านเรือนอยู่ทางด้านทิศใต้ของคลองวัดอรุณซึ่งเป็นคลองที่ตื้นเขินใช้สัญจรไปมาไม่ได้ ด้านทิศเหนือของคลองเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 4297 เดิมเป็นของผู้มีชื่อ ต่อมาตกเป็นของจำเลยที่ 1 ก่อนตกมาเป็นของจำเลยที่ 1 เจ้าของเดิมได้อนุญาตให้โจทก์ทั้งห้าและราษฎรในระแวกนั้นใช้เป็นทางเดินในที่ดินดังกล่าวออกสู่ซอยสาธารณะ โจทก์และราษฎรได้ใช้เส้นทางนี้มาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว ทางดังกล่าวจึงตกเป็นทางภารจำยอม จำเลยทั้งสามได้รับรู้ถึงทางภารจำยอมนี้และได้สร้างถนน แต่ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ก่อกำแพงคอนกรีตทึบเป็นแนวยาวริมคลองวัดอรุณ ในส่วนที่ติดกับสะพานหน้าบ้านโจทก์ที่ 4 และหน้าบ้านของนายบุญเยี่ยม จำเลยเว้นช่องว่างไว้ให้เพียง 1 เมตร

แทนที่จะเว้นไว้ให้เท่ากับสะพานซึ่งกว้าง 2 เมตร และยังได้ทำประตูเหล็กปิดกั้นใส่กุญแจ เป็นเหตุให้รถยนต์เข้าออกไม่ได้ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการจงใจละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งห้าและชาวบ้านจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามเปิดทางภารจำยอมขยายช่องกำแพงและประตูเหล็กให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตรจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ทั้งห้าไม่มีอำนาจฟ้อง เจ้าของที่ดินเดิมไม่ได้อนุญาตหรือมีเจตนาอนุญาตยกที่ดินในโฉนดให้เป็นทางสัญจร จำเลยไม่เคยปิดทางดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ดินของจำเลยไม่ตกเป็นทางภารจำยอม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเปิดทางภารจำยอมตามแผนที่ท้ายฟ้องและขยายกำแพงกับประตูเหล็กให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตรจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งห้าฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

โจทก์ทั้งห้าต่างปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินด้านทิศใต้ของคลองวัดอรุณ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นพี่น้องกัน มีสะพานไม้ขนาดกว้าง 2 เมตรเศษสองสะพานหน้าบ้านเลขที่ 162/2 และ 162/3 ของฝ่ายโจทก์ ส่วนที่หน้าบ้านโจทก์ที่ 5เป็นสะพานไม้ขนาดกว้าง 1 เมตร ข้ามคลองวัดอรุณ แล้วทำทอดมาติดกับสะพานไม้หน้าบ้านเลขที่ 162/2 ถัดจากสะพานไม้สองสะพานแรกเป็นถนนคอนกรีตกว้างประมาณ 3 เมตรออกไปสู่ซอยอนันตภูมิและถนนอิสรภาพ จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรที่ดินสร้างอาคารและอาคารพาณิชย์จำหน่าย ใช้ชื่อหมู่บ้านว่า "หมู่บ้านศิวาลัย"จำเลยที่ 1 สร้างถนนคอนกรีตใช้เป็นทางสัญจรภายในหมู่บ้านทับแนวทางตามเส้นทางเดิม ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2521 จำเลยที่ 1 กับพวกสร้างกำแพงคอนกรีตเลียบริมคลองวัดอรุณในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 และทำประตูเหล็กกว้าง 1 เมตร

ปิดกั้นตรงปลายถนนซึ่งเชื่อมต่อกับสะพานไม้เดิม ซึ่งโจทก์ทั้งห้ากับราษฎรอื่นใช้เป็นทางสัญจรเชื่อมกับถนนคอนกรีตดังกล่าวทั้งสองสะพาน เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งห้าและราษฎรอื่นไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดในบ้านและเดินผ่านเข้าออกได้โดยปกติสุข และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์ทั้งห้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสามายทรัพย์มาไม่ถึงสิบปี แต่การที่โจทก์ทั้งห้าได้ใช้เส้นทางพิพาทเป็นทางเดินเข้าออกสู่ซอยอนันตภูมิและถนนอิสรภาพมาตั้งแต่ยังอาศัยอยู่กับนางสาวกิมฮวย นายเสนาะและนางสมถวิลมาจนกระทั่งโจทก์ทั้งห้าได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวข้างต้นโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งทักท้วง และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใด เมื่อนับระยะเวลาทั้งสองตอนติดต่อกันเกินกว่าสิบปี เส้นทางพิพาทดังกล่าวจึงเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความได้สิทธิแก่โจทก์ทั้งห้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 แล้ว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 113/2504พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้