Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1081/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์โดยขู่เข็ญจะกระทำร้ายเพื่อให้เจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้ มิได้บรรยายว่าจำเลยฉกฉวยพาหนีไปต่อหน้าอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยลักทรัพย์ โดยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย หากแต่ได้ลักทรัพย์โดยฉกฉวยทรัพย์วิ่งหนีไปต่อหน้า อันเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งมีลักษณะพิเศษไปจากการลักทรัพย์ธรรมดา เมื่อโจทก์ไม่บรรยายฟ้องในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีจึงคงลงโทษจำเลยได้ในฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน กล่าวคือได้ใช้กำลังประทุษร้ายนางปิ่นผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย และได้ลักทรัพย์เงินจำนวน 1,500 บาทของผู้เสียหายไป โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 339 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ชั้นเริ่มพิจารณา

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ภายหลังสืบพยานโจทก์ได้สองปากจำเลยขอรับสารภาพฐานทำร้ายร่างกาย คงยังปฏิเสธในข้อหาฐานชิงทรัพย์ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงในข้อหาชิงทรัพย์ว่า จำเลยได้เอาเงินผู้เสียหายไปโดยจับมือผู้เสียหายแล้วทวงเงิน เมื่อผู้เสียหายล้วงเงินออกมาเพื่อจะมอบให้จำเลยจึงฉกฉวยเงินพาหนีไป เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์และแม้โจทก์จะฟ้องในข้อหาชิงทรัพย์ ก็ลงโทษในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 336ให้ลงโทษตามมาตรา 336 อันเป็นกระทงหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 วางโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน รับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกายมีเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 คงจำคุกไว้ 1 ปีและให้คืนหรือใช้เงิน 1,500 บาทแก่เจ้าทรัพย์โจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่าพฤติการณ์ที่จำเลยจับมือผู้เสียหาย และพูดบังคับให้ส่งเงินให้เป็นการขู่เข็ญ และการจับมือผู้เสียหายถือเป็นการประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(6) ขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาโจทก์ในปัญหาว่าการกระทำต่อผู้เสียหายเป็นการขู่เข็ญหรือไม่นั้นเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้แล้วเมื่อคดีห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นฎีกาต้องห้ามให้ยกฎีกาโจทก์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์โดยการขู่เข็ญเพื่อให้เจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้มิได้บรรยายว่าจำเลยฉกฉวยพาหนีไปต่อหน้า

อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงเห็นว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ด้วยความผิดฐานชิงทรัพย์รวมการกระทำฐานลักทรัพย์และทำร้ายร่างกายเข้าด้วยกันซึ่งแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ส่วนความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งมีลักษณะพิเศษไปจากการลักทรัพย์ธรรมดา เมื่อโจทก์ไม่บรรยายฟ้องถึงการกระทำผิดของจำเลยว่าเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์จะลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ไม่ได้ คดีคงลงโทษได้ในฐานลักทรัพย์เท่านั้นพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 334 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 334 ซึ่งเป็นกระทงหนัก ส่วนกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามเดิม นอกนั้นให้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · โพยม เลขยานนท์ · เฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้