Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยลักรถจักรยานยนต์โดยใช้ลูกกุญแจไขกุญแจรถซึ่งใส่ไว้เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดาตาม มาตรา 334 ไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์โดยองค์ประกอบพิเศษตามมาตรา 335(3) เพราะกุญแจรถที่ใส่ไว้ไม่ใช่สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เหมือนเช่นรั้วหรือลูกกรงหน้าต่างประตู ทั้งการไขกุญแจก็หาใช่เป็นการทำอันตรายแก่ตัวกุญแจอันจะเข้าเกณฑ์ตามอนุบัญญัติดังกล่าวไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักรถจักรยานยนต์ของจ่าสิบตำรวจสุรพลผู้เสียหาย โดยใช้ลูกกุญแจไขกุญแจรถซึ่งเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ต่อมาจำเลยถูกจับได้พร้อมด้วยกุญแจของกลาง 9 ดอก และอุปกรณ์รถอื่น ๆ ทั้งนี้จำเลยบังอาจลักรถดังกล่าวไปหรือมิฉะนั้นก็รับไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3), 357 และให้คืนหรือใช้ราคา 9,370 บาทแก่ผู้เสียหาย ริบกุญแจของกลางและนับโทษจำเลยติดต่อกับคดีอื่น ๆจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยลักรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายโดยไขกุญแจรถที่ใส่ไว้อันถือว่าเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์เข้าลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)

พิพากษาจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 4 ปี ให้คืนหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายริบของกลาง และนับโทษต่อจากคดีแดงที่ 233, 318 และ 412/2510 ยกข้อหาฐานรับของโจรจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลชั้นต้นแต่วินิจฉัยว่ากุญแจรถจักรยานยนต์ที่ใส่ไว้นั้นไม่ใช่สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ กรณีจึงไม่เข้าเกณฑ์ความผิดตามมาตรา 335(3) คงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามมาตรา 335(3)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากุญแจที่ใส่รถจักรยานยนต์มิใช่สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เพราะกุญแจรถไม่มีลักษณะเป็นสิ่งกีดกั้นเหมือนเช่นรั้วหรือลูกกรงหน้าต่าง ประตูบ้าน ทั้งการไขกุญแจก็หาใช่เป็นการทำอันตรายแก่กุญแจไม่ กรณีไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม เภกะสุต · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้