Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จากแสงสว่างของหลอดไฟฟ้านีออน ขนาดยาวซึ่งเปิดอยู่ที่หลังร้าน ในร้านและหน้าร้านที่เกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ น่าเชื่อว่าม. กับ ส. ประจักษ์พยานจำคนร้ายได้ โดยเฉพาะ ม. รู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน และพยานทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนจึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยแม้ ส. ไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุก็ได้แจ้งรูปพรรณคนร้ายให้ตำรวจทราบและเมื่อตำรวจจับจำเลยมาให้ ส. ดู ตัวก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2529 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายจู้เทียบ สุวรรณรัตน์ผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกผู้ตายที่กกหูซ้าย ท้ายทอย หน้าอกขวา ตะโพกขวา และต้นแขนซ้ายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยกับพวก เหตุเกิดที่ตำบลชิงโค อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณา นางหนูขิ้ม สุวรรณรัตน์ภริยาของผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 จำคุก 15 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ปรากฏบาดแผลตามรายงานการชันสูตรพลิกศพเอกสารหมาย จ.4 ปัญหามีว่าจำเลยเป็นคนร้ายกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีประจักษ์พยาน 2 ปาก คือ นายมนัส รัตนะ และนายสุพิศ มากสาขาซึ่งได้ความจากคำเบิกความของนายมนัสว่า วันเกิดเหตุเวลา 1 นาฬิกาขณะที่พยานกับนายสมทบ ชูเรืองสุข และนายสุพิศ มากสาขา นั่งดื่มสุราอยู่ในร้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังมาจากด้านหลังห่างจากนายมนัสกับพวกประมาณ 5 เมตร แล้วเห็นผู้ตายวิ่งร้องขอความช่วยเหลือมาจากด้านหลังร้านทางประตูข้างร้านผ่านไปทางหน้าร้าน โดยมีจำเลยซึ่งพยานรู้จักมาก่อนถืออาวุธปืนสั้นวิ่งไล่ตามและมีนายเกาถืออาวุธปืนมาด้วยวิ่งตามจำเลยไป

ผู้ตายวิ่งไปล้มที่ใต้ต้นสนห่างจากพยานประมาณ 5 เมตรบริเวณดังกล่าวมีแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้านีออนที่เปิดอยู่ในร้าน 3 ดวง หลังร้าน 1 ดวง และหน้าร้าน 1 ดวง จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายอีกประมาณ 4 นัด แล้วจำเลยกับนายเกาวิ่งหลบหนีไปทางป่าเสม็ด และจากคำเบิกความของนายสุพิศว่า วันเกิดเหตุพยานกับนายมนัสและนายสมทบ เข้าไปนั่งดื่มสุราอยู่ในร้านที่เกิดเหตุ เมื่อถึงเวลาเกิดเหตได้ยินเสียงปืนดังมาจากทางด้านหลังร้าน 2 นัด แล้วเห็นผู้ตายวิ่งร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากทางห้องผู้หญิงหากินผ่านมาทางที่พยานนั่งโดยมีจำเลยกับชายอีกคนหนึ่งถืออาวุธปืนสั้นวิ่งไล่ตามมา เมื่อผู้ตายวิ่งเลยไปล้มที่โคนต้นไม้ห่างจากพยานประมาณ 5 เมตรจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิ่งผู้ตายอีกประมาณ 3-4 นัด แล้วจำเลยกับชายคนนั้นก็วิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังร้านซึ่งมีพุ่มไม้บ้าง

ศาลฎีกาเห็นว่าจากแสงสว่างของหลอดไฟฟ้านีออนขนาดยาวซึ่งเปิดอยู่ที่หลังร้านในร้าน และหน้าร้านดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ จึงน่าเชื่อว่านายมนัสและนายสุพิศจำคนร้ายได้ โดยเฉพาะนายมนัสรู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ทั้งนายมนัสยังเบิกความว่าในคืนเกิดเหตุก่อนเกิดเหตุเห็นจำเลยกับผู้ตายนั่งดื่มสุราอยู่ในร้านห่างนายมนัสประมาณ 2 เมตร แล้วจำเลยกับผู้ตายเกิดโต้เถียงกันด้วย จึงเชื่อว่านายมนัสและนายสุพิศจำคนร้ายที่วิ่งไล่ยิงผู้ตายถึงแก่ความตายได้ว่าเป็นจำเลยโดยไม่ผิดตัว นายมนัสและนานสุพิศไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนเกิดเหตุ จึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยแม้ว่านายสุพิศจะไม่รู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุ แต่ก็ได้แจ้งรูปพรรณของคนร้ายให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบและเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยมาได้ให้นายสุพิศดูตัวแล้วก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตายการที่นายมนัสและนายสุพิศกลับบ้านทันทีหลังจากเกิดเหตุแล้วโดยมิได้อยู่รอเล่าเรื่องที่พบเห็นให้ผู้ใดฟังนั้น

อาจเป็นเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของคนอื่นไม่เกี่ยงข้องกับตนจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยก็เป็นได้ ต่อมาอีกหลายวันเมื่อภริยาของผู้ตายและเจ้าพนักงานตำรวจมาสองถาม จึงได้เปลี่ยนใจเล่าเรื่องให้ฟัง แม้ว่าพยานโจทก์จะเบิกความแตกต่างกันบ้างและเบิกความแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวนของตนดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมาก็ตาม แต่ก็หาใช่ข้อสาระสำคัญถึงกับจะทำให้พยานโจทก์รับฟังไม่ได้ ที่จำเลยเบิกความว่าหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 7 วัน จำเลยกับนายมนัสและนายสุพิศดื่มสุราด้วยกันแล้วเกิดชกต่อยกัน ซึ่งเป็นทำนองว่านายมนัสกับนายสุพิศมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยนั้น เป็นแต่คำกล่าวอ้างลอย ๆ ทั้งทนายจำเลยมิได้ซักค้านความข้อนี้ให้ปรากฏไว้ในคำเบิกความของนายมนัสและนายสุพิศ จึงรับฟังไม่ได้ พยานโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายกระทำผิดตามฟ้อง พยานฐานที่อยู่ของจำเลยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2555

จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำไปโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเพราะผู้ตายใช้อาวุธปืนเด็กเล่นเล็งมายังกลุ่มของจำเลยก่อน ทำให้จำเลยสำคัญผิดว่ากำลังจะถูกผู้ตายใช้อาวุธปืนยิง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3610/2554

พยานโจทก์ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและใช้มีดฟันผู้เสียหายทั้งสี่ เบิกความมีรายละเอียดรวมทั้งอธิบายสาเหตุที่มีเรื่องทะเลาะวิวาท และเหตุการณ์ขณะผู้เสียหายที่ 1 ถูกยิง ผู้ที่ยิง ผู้ที่ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832/2554

ผู้เสียหายและ ส. ร่วมดื่มสุราด้วยกันที่บ้านของจำเลยก่อน แล้วจึงชวนกันมาดื่มสุราต่อที่บ้าน อ. จึงเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลทั้งสองจะจดจำจำเลยที่มีเรื่องวิวาทชกต่อยและใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายไม่ได้ บุคคล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6182/2552

การที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายไปที่บริเวณหน้าอกซ้าย เอวข้างซ้าย ศีรษะด้านซ้าย ใบหูซ้ายและแขนข้างซ้ายรวม 16 แผล โดยเฉพาะบาดแผลที่หน้าอกซ้ายทะลุช่องซี่โครงซ้ายตัดกระดูกทะลุโดนปอดซ้ายกลีบบนและเฉี่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้