Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซื้อทองจากโจทก์โดยวิธีผ่อนส่ง โจทก์ให้จำเลยลงชื่อในสัญญารับเป็นตัวแทนไว้ แต่การปฏิบัติระหว่างโจทก์จำเลยไม่ใช่เรื่องตัวการตัวแทน จำเลยไม่ชำระเงินค่าทองให้โจทก์ ก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2531 จำเลยในฐานะตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้โจทก์ได้รับมอบสินค้าซึ่งเป็นสร้อยข้อมือทองคำและสร้อยคอทองคำรวม 4 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 46,400 บาทของโจทก์เพื่อนำไปขายโดยกำหนดส่งสินค้าหรือเงินที่จำหน่ายได้คืนภายในวันที่ 19 กันยายน 2531 แต่ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม2531 ถึงวันที่ 29 กันยายน 2531 เวลากลางวันและกลางคืนวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้เบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุก 4 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นเจ้าของร้านขายทอง ก่อนเกิดเหตุ จำเลยรับทองของโจทก์ไปจำหน่ายโดยรับจากนางอารมย์ ชัยเฉลิมศักดิ์ อีกต่อหนึ่งเมื่อขายทองได้แล้วจำเลยจะชำระเงินให้แก่นางอารมย์ นางอารมย์จะนำมาชำระให้โจทก์อีกต่อหนึ่ง ภายหลังจำเลยได้รับทองจากโจทก์ไปจำหน่ายโดยตรงแล้วไม่นำทองมาคืนหรือชำระเงินค่าทองให้โจทก์มีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยรับทองจากโจทก์ไปจำหน่ายในฐานะตัวแทนโจทก์หรือในฐานะผู้ซื้อไปขายเพื่อหวังกำไรเท่านั้นโจทก์มีพยานคือตัวโจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยตกลงเป็นตัวแทนจำหน่ายทองของโจทก์โดยมีข้อตกลงกันว่าทองที่จำเลยรับไปแล้วจะขายได้หรือไม่ก็ตาม

จำเลยจะต้องนำเงินที่ขายได้หรือทองที่รับไปมาส่งมอบคืนให้โจทก์ภายใน 30 วัน จำเลยจะต้องขายในราคาที่โจทก์กำหนดไว้เท่านั้นจำเลยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินร้อยละ 3 ของราคาที่กำหนดไว้ ก่อนที่โจทก์กับจำเลยจะได้ทำสัญญารับเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าตามเอกสารหมาย จ.1 จำเลยเคยรับทองจากโจทก์ไปขาย แต่ได้ทำสัญญาในรูปของการให้ยืมทรัพย์ นางอารมณ์ซึ่งรับทองจากร้านโจทก์ไปขายเช่นเดียวกับจำเลยได้เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า เดิมจำเลยรับทองจากพยานไปขาย ซึ่งเป็นทองที่พยานรับมาจากร้านของโจทก์อีกต่อหนึ่ง ต่อมาพยานเห็นว่าวิธีการดังกล่าวทำให้พยานต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับทองที่จำเลยรับไปจากพยาน พยานจึงพาจำเลยไปรับทองจากโจทก์โดยตรง ดังนี้

จะเห็นได้ว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยเคยรับทองไปจากโจทก์ โดยไม่มีการทำสัญญารับเป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ได้ทำสัญญาในรูปการให้ยืมทรัพย์ และการที่จำเลยรับทองจากนางอารมย์ไปขายก็ไม่มีการทำสัญญารับเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่อย่างใด และหลังจากจำเลยทำสัญญารับเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ในคดีนี้แล้ว โจทก์เบิกความรับว่าจำเลยยังได้รับทองจากโจทก์ไปจำหน่ายอีกหลายครั้ง แต่ไม่ปรากฏว่ามีหนังสือสัญญารับเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์เช่นเดียวกับเอกสารหมาย จ.1 แต่อย่างใด คงมีเฉพาะวันที่ 20 สิงหาคม 2531เท่านั้น เอกสารหมาย ล.1 นางอารมย์พยานโจทก์เบิกความรับว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการทำการค้าทองระหว่างพยานกับจำเลย พยานเป็นผู้เขียนรายการต่าง

ๆ ในเอกสาร แสดงว่าจำเลยได้รับทองจากนางอารมย์จริง ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ระบุวันที่รับของไว้ด้วยปรากฏว่า หลังจากวันที่ 20 สิงหาคม 2531 แล้วยังมีรายการที่จำเลยรับของไปอีกและมีข้อความว่ามีการชำระกันเป็นงวด ๆ ซึ่งตรงกับที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ซื้อทองจากโจทก์โดยวิธีผ่อนส่งโดยโจทก์จะทำหลักฐานการผ่อนชำระเงินเป็น 2 ฉบับ โจทก์เป็นผู้เก็บไว้ 1 ฉบับ จำเลยเก็บไว้ 1 ฉบับ ตามเอกสารหมาย ล.1 แต่โจทก์ให้จำเลยลงชื่อในสัญญารับเป็นตัวแทนไว้ตามเอกสารหมาย จ.1โดยจำเลยมิได้เป็นตัวแทนของโจทก์ การปฏิบัติระหว่างโจทก์จำเลยดังนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวการตัวแทน หากแม้จะฟังว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินค่าทองให้โจทก์ ก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ทั้งโจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยได้เบียดบังทรัพย์ไว้โดยทุจริตแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามที่โจทก์ฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้