Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.กับส. ไปหลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นเจ้าพนักงาน ขอค้นบ้าน และค้นได้แป้งเชื้อสุราแล้วคุมตัวผู้เสียหายไปมอบให้ ด. ที่บ้านของป. ด.หลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นเจ้าพนักงานสรรพสามิต บอกให้ผู้เสียหายเสียค่าปรับ ถ้าไม่เอาเงินมาเสียจะจับส่งอำเภอ แล้วผู้เสียหายถูกคุมไปหายืมเงิน พบ ช.ซึ่งเป็นกำนันได้เล่าเรื่องให้ฟังช.พูดส่งเสริมให้ผู้เสียหายเสียเงินให้ที่นั่น ผู้เสียหายเอาเงินให้ ช. รับเงินไว้แล้วบอกให้ผู้เสียหายกลับได้ วันนั้นเอง ช. ไปร่วมรับประทานอาหารและแบ่งเงินให้ ป.ส.และด. การกระทำของป.ส.และด. เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145,310 และ 337 ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ด้วย และการกระทำของช. ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 341 เช่นเดียวกันศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 4 ฐานฉ้อโกง ด. กับช. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกงด้วย ก็เป็นเหตุในลักษณะคดีศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะพิพากษายกฟ้องความผิดฐานนี้ตลอดถึงจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ด้วยโจทก์ฟ้องจำเลยฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพและฉ้อโกงกับขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินที่จำเลยรับไปจากผู้เสียหายด้วย เมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ศาลย่อมพิพากษาให้ยกคำขอให้คืนหรือใช้เงินนี้เสียด้วย (แม้โจทก์จะฎีกาฝ่ายเดียวขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกง จำเลยไม่ได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 และ 2 บอกผู้เสียหายว่าเป็นเจ้าพนักงานขอค้นบ้านและค้นได้แป้งเชื้อสุรา แล้วจำเลยที่ 1 และ 2คุมตัวผู้เสียหายไปที่บ้านจำเลยที่ 1 และมอบตัวให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ก็อ้างตนว่าเป็นเจ้าพนักงานสรรพสามิต ให้ผู้เสียหายพิมพ์ลายนิ้วมือในบันทึกรับว่ามีแป้งเชื้อสุราและแจ้งให้ผู้เสียหายเอาเงินมาชำระค่าปรับ 1,000 บาท เมื่อผู้เสียหายว่าไม่มีจำเลยที่ 3 ก็บอกให้ไปหายืมมา ถ้าไม่เอาเงินมาเสียจะจับส่งอำเภอ ทั้งนี้โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้แล้วจำเลยที่ 1 และ 2 ก็คุมตัวผู้เสียหายไปหายืมเงินที่บ้านนายป้อ พบจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นกำนันที่นั่น ผู้เสียหายเล่าเรื่องให้ฟัง จำเลยที่ 4 พูดว่าเสียค่าปรับที่นั่นหรือที่อำเภอก็เท่ากัน

เสียที่นั่นดีกว่า ผู้เสียหายก็ยืมเงินมาสมทบกับเงินที่มีอยู่ วางให้จำเลยที่ 4 รับเอาไป จำเลยที่ 4 จึงให้กลับได้แล้วจำเลยที่ 4ไปร่วมรับประทานอาหารกับจำเลยอื่นที่บ้านจำเลยที่ 1 และเอาเงินแบ่งให้จำเลยอื่นด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145, 310, 341 ประกอบด้วย มาตรา 83 ส่วนจำเลยที่ 4 มีความผิดตามมาตรา 341 ฐานเดียว ลงโทษจำคุกกับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินให้ผู้เสียหายจำเลยที่ 3 และ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่ผู้เสียหายต้องให้เงินก็เพราะกลัว อันเป็นความผิดฐานกรรโชก ตามมาตรา 337 ซึ่งโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษหรือประสงค์ให้ลงโทษ ไม่ใช่ฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 และเป็นเหตุในลักษณะคดี

ศาลมีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยที่ 1, 2 ด้วย พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในข้อหาฐานฉ้อโกงสำหรับจำเลยทุกคนโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานสมคบกันฉ้อโกงด้วยศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, 2, 3 เป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายให้ยอมให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายให้เสียเสรีภาพ โดยจะจับตัวไปส่งอำเภอ ผู้เสียหายถูกข่มขืนใจจำต้องให้เงิน อันเป็นความผิดตามมาตรา 337 หาใช่ว่ายอมส่งทรัพย์ให้เพียงแต่ถ้อยคำที่จำเลยอ้างตนว่าเป็นเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ส่วนจำเลยที่ 4 ได้พูดสนับสนุนในการกระทำผิดฐานกรรโชกของจำเลยที่ 1, 2, 3 ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงฉ้อโกง เมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว พนักงานอัยการโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยใช้หรือคืนทรัพย์แก่ผู้เสียหายได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายด้วย นั้น ให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2505

ผู้ทำพินัยกรรม (เจ้ามรดก) ได้พิมพ์ลายนิ้วมือทับรอยพิมพ์นิ้วมือที่ลงไว้ไม่ชัดอีกครั้งหนึ่ง แม้ลายพิมพ์นิ้วมือนี้จะเลอะเลือนจนดูไม่ชัด ก็ไม่กลายเป็นแกงได และการกระทำเช่นนี้หาเป็นการขูดลบตกเติมแก้ไขเปลี่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2561

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหายทั้งสี่และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เมื่อพบเมทแอมเฟตามีนอันเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2554 (เลขอ้างอิง 514282)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ร่วมกันขับรถยนต์ปาดหน้ารถยนต์โจทก์ร่วม แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วคุมตัวโจทก์ร่วมไปเจรจาหนี้สินกันโดยบังคับโจทก์ร่วมให้ใช้หนี้แก่จำเลยที่ 7 แทนจำเลยที่ 3 พฤติการณ์เป็นการร่วมกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2506

จำเลยที่ 1 เป็ฯเจ้าพนักงานประจำหน่วยสืบสวนกองปราบปราม กรมสรรพสามิต จำเลยที่ 2 เป็ฯพลตำรวจ ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นราษฎรร่วมกันกระผิดโดยจำเลยที่ 3 แกล้งกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีเฮโรอีนแล้วอ้างตนว่าเป็นตำรวจจับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้