Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 107669)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดามารดามีรถยนต์บรรทุก 2 คันจอดไว้ที่ถนนเพราะไม่มีที่เก็บมองจากบ้านไม่เห็นรถ บุตรเคยขับรถคันเกิดเหตุไปล้างใกล้ๆกับที่จอด โดยบางครั้งบิดาก็ใช้ ซึ่งแสดงว่าบิดามารดาทราบดีว่าบุตรขับรถยนต์ได้ ทั้งบุตรก็ยังเป็นผู้เยาว์ อายุ 18 ปี อยู่ในวัยคะนองชอบคบเพื่อนเที่ยวเตร่ แต่บิดามารดากลับเก็บกุญแจรถไว้ในลิ้นชักโต๊ะโดยไม่ใส่กุญแจ เป็นโอกาสให้บุตรเอากุญแจรถไปได้ และขับรถของบิดามารดาไปทำละเมิดต่อโจทก์ ย่อมถือได้ว่าบิดามารดาไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลบุตรซึ่งเป็นผู้เยาว์จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตรด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องจำเลยเป็นใจความว่า กรมที่ดินโจทก์สำนวนแรกเป็นเจ้าของรถยนต์ นายชั้นโจทก์ในสำนวนที่สองเป็นข้าราชการในกรมโจทก์สำนวนแรก จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓เป็นบิดาและมารดาของจำเลยที่ ๑ ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ กลับจากจังหวัดชลบุรีมาตามถนนสายบางนา-ตราดส่วนรถของโจทก์มีนายสมจริงเป็นคนขับ มีโจทก์ในสำนวนที่ ๒ กับผู้อื่นนั่งไปด้วย มุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๑๕-๑๖ จำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทใช้ความเร็วสูงและกินทางเข้ามาในทางรถของโจทก์เป็นเหตุให้รถที่จำเลยที่ ๑ ขับชนด้านข้างรถโจทก์พลิกคว่ำตกถนนด้วยกันทั้งคู่ รถของโจทก์สำนวนแรกเสียหาย ๓๖,๕๐๐ บาท โจทก์สำนวนหลังได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินหายคิดเป็นเงินค่าเสียหาย ๕๑,๗๖๕ บาทขอให้บังคับจำเลยชดใช้พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ขณะเกิดเหตุ คนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายประมาทขับรถกินทางเข้ามาชนรถจำเลย จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นคนขับนายอี๊ดเพื่อนของจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับ เพื่อนของจำเลยที่ ๑ ชวนจำเลยที่ ๑ เอารถของจำเลยที่ ๒ ไปเที่ยว เป็นการเหลือวิสัยที่จำเลยที่ ๒ จะควบคุมได้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ระมัดระวังดูแลตามควรในฐานะเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ไม่ได้เสียหายดังฟ้อง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยประมาทพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับรถของจำเลยที่ ๒ และเป็นฝ่ายประมาทขับรถชนรถโจทก์ สำหรับประเด็นที่ว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ ๑ ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นผู้เยาว์หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีรถยนต์บรรทุก ๒ คัน จอดไว้นอกถนนเพราะไม่มีที่เก็บมองจากบ้านไปที่รถไม่เห็น จำเลยที่ ๑ รับว่าเคยขับรถไปล้างใกล้ ๆ ที่จอด โดยบางครั้งบิดาก็ใช้ แสดงว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ทราบดีว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถได้ จำเลยที่ ๑ อายุ ๑๘ ปี กำลังอยู่ในวัยคะนอง ชอบคบเพื่อนเที่ยวเตร่ ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เก็บกุญแจรถยนต์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะโดยไม่ใส่กุญแจ เป็นโอกาสให้จำเลยที่ ๑ เอากุญแจไปขับรถทำละเมิดต่อโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลบุตรซึ่งเป็นผู้เยาว์ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท บริรักษ์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2563

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคท้าย ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดอาญาของจำเลยที่ 3 ตามที่ถูกฟ้องเท่านั้น ไม่สามารถยื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2548

โจทก์เป็นบิดาของ ป. โจทก์ยอมให้ ป. ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อายุ 16 ปี และยังไม่มีใบอนุญาตขับรถ ขับรถยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะออกไปตามถนนสาธารณะ เป็นการเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ถือว่าโจทก์มิได้ใช้ความระม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10239/2546

ขณะเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยที่ 2 จดทะเบียนหย่ากับจำเลยที่ 1 แล้ว โดยมีข้อตกลงกันว่าให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์อยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยที่ 1 แต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจปกครองเพื่อจัดก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9774/2544

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ นำสืบข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เคยอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ที่บ้านไปโรงเรียน รถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4187/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 3 บิดามารดาจำเลยที่ 1 ไม่เคยทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ อายุ 17 ปี ขับรถจักรยานยนต์ได้ ทั้งจำเลยที่ 2 และที่ 3ก็อยู่ต่างอำเภอกับจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ของเพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้