Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2516 (เลขอ้างอิง 107177)

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อายุความที่ผู้ทรงเช็คฟ้องร้องเรียกเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลัง ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เช็คถึงกำหนด หรือวันที่ลงในเช็ค ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002หาใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับมอบเช็คไม่ การที่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ลงวันสั่งจ่ายในเช็คเสียเอง เพราะเช็คนั้นไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายเอาไว้และเหตุที่ไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายไว้ ก็เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นเจตนาของผู้ทรงเช็คกับผู้สั่งจ่ายที่จะเว้นไว้เพื่อให้ผู้ทรงเช็คไปลงเอาเองในภายหลังเมื่อไม่ปรากฏว่ามีข้อจำกัดในเรื่องวันสั่งจ่ายที่ผู้ทรงเช็คจะลงอย่างไรก็ต้องถือว่าผู้ทรงเช็คจะลงวันไหนก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลล่างพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องเป็นใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ลงชื่อสลักหลังสำนวนแรกเป็นเช็คหนึ่งฉบับ ลงวันที่ ๑๕ธันวาคม ๒๕๑๐ สำนวนหลังเป็นเช็คของธนาคารต่าง ๆ รวม ๑๐ ฉบับสั่งจ่ายชำระหนี้ให้โจทก์โดยไม่ลงวันที่สั่งจ่าย แต่ยอมให้โจทก์ลงวันที่เอาเองเมื่อนำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคาร โจทก์ได้ลงวันที่ในเช็คทั้ง ๑๐ ฉบับและได้นำเช็คทั้ง ๑๑ ฉบับไปขอรับเงินจากธนาคารแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับให้จำเลยชำระ

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การเป็นใจความว่า เมื่อ-ประมาณ ๑๐ ปีมานี้ จำเลยที่ ๒ และสามีได้กู้เงินโจทก์หลายครั้ง ได้มอบเช็ค ๑๑ ฉบับมีจำนวนเงินเท่ากับเงินกู้ ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันเช็คนี้จำเลยที่ ๑เป็นผู้สั่งจ่าย แต่ยังไม่ได้ลงวันเดือนปี จำเลยที่ ๒ กับสามีเป็นผู้สลักหลังจำเลยที่ ๒ ได้ผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว แต่โจทก์ไม่คืนเช็คให้ จำเลยที่ ๒ มอบเช็คให้โจทก์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ โจทก์ประทับตราวันเดือนปีลงในเช็คผิดความจริง เป็นการไม่สุจริต คดีขาดอายุความฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ ๒ได้มอบเช็ค ๑๑ ฉบับ ตามฟ้องให้โจทก์ไว้เป็นประกันเงินที่จำเลยที่ ๒กับสามีกู้ไปจากโจทก์

การที่ไม่ได้ลงวันที่ในเช็คจึงเท่ากับตกลงว่าเมื่อไม่ใช้เงินที่ยืม ก็ให้ใช้เช็คบังคับกันได้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยสุจริตย่อมลงวันที่สั่งจ่ายที่ตนประสงค์จะนำเช็คเบิกเงินจากธนาคารได้คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คในสำนวนแรกเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอีก ๓,๔๓๔.๑๖ บาทและสำนวนหลังเป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอีก ๔๓,๘๙๐ บาทกับให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ในต้นเงินทั้งสองจำนวนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้ผ่อนชำระหนี้แล้วรวมกันเป็นเงิน ๓๙๘,๘๐๐ บาท ยังเป็นหนี้โจทก์เพียง ๒๕๐,๒๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๕๐,๒๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ จนกว่าจำเลยจะใช้หนี้ให้โจทก์เสร็จ โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า อายุความที่โจทก์ผู้ทรงเช็คจะฟ้องร้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายและสลักหลังตามบทบัญญัติในลักษณะตั๋วเงินนั้นต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เช็คถึงกำหนดหรือวันที่ลงในเช็ค ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๒ หาใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยมอบเช็คให้โจทก์ไม่เมื่อปรากฏว่านับตั้งแต่วันที่ลงในเช็คที่โจทก์ฟ้องยังไม่เกินกำหนด ๑ ปี คดีของโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็ครายพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คเสียเอง ก็เพราะเช็คนั้น ๆ ไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายเอาไว้ และเหตุผลที่ไม่ลงวันที่สั่งจ่าย เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นเจตนาของโจทก์และจำเลยผู้สั่งจ่ายที่เว้นไว้เพื่อให้โจทก์ไปลงเอาเองในภายหลัง

เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นว่ามีข้อจำกัดในเรื่องวันที่สั่งจ่ายที่โจทก์จะลงในเช็คนี้อย่างไร ก็ต้องถือว่าโจทก์จะลงวันไหนก็ได้ เมื่อโจทก์ได้ลงไปแล้วก็ย่อมเป็นการชอบ จำเลยจะมาโต้แย้งว่าการกระทำนั้นไม่สุจริตหาได้ไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า คงเหลือเงินที่จำเลยจะต้องชำระให้โจทก์เพียง ๒๓๓,๙๕๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะจำนวนเงินที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้โจทก์เป็น ๒๓๓,๙๕๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ · รื่น วิไลชนม์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกวี มนูญปิจุ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้