Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1071/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งรับจ้างสาธารณะ คันหมายเลขทะเบียน 1 ท-3725 และนำไปวิ่งร่วมกับจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะคันดังกล่าวเป็นประจำ หรือจำเลยที่ 3 ยอมให้จำเลยที่1 เชิดจำเลยที่ 3 ออกแสดงเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1โดยการขับรถยนต์สาธารณะคันดังกล่าว ซึ่งมีตรา หรือเครื่องหมายอันเป็นสัญญลักษณ์ของจำเลยที่ 3 ติดอยู่ที่ประตูด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าวและยังบรรยายฟ้องต่อไปอีกว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีผลประโยชน์ร่วมกันในการใช้รถยนต์คันดังกล่าวรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร จำเลยที่2 จึงต้อง ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยแสดงให้เห็นว่านอกจากโจทก์ฟ้อง ขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดฐานนายจ้างของจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ยังฟ้องขอให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะจำเลยที่ 3 เชิดให้ จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ในการรับประกันวินาศภัย โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน ๒ ก-๙๘๕๓ กรุงเทพมหานครจากนายแสงชัย ชัยเชาวรัตน์ ในประเภทชดใช้ค่าเสียหายโดยสิ้นเชิง อายุสัญญาประกันภัย ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๓จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งรับจ้างสาธารณะคันหมายเลขทะเบียน ๑ ท-๓๗๒๕กรุงเทพมหานคร และได้นำไปวิ่งร่วมกับจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีวัตถุประสงค์ในการรับขนคนโดยสาร จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะคันดังกล่าวหรือจำเลยที่ ๓ ยอมให้จำเลยที่ ๑เชิดจำเลยที่ ๓ ออกแสดงเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ โดยการขับรถยนต์สาธารณะคันดังกล่าวมีตราหรือเครื่องหมายอันเป็นสัญญลักษณ์ของจำเลยที่ ๓ ติดอยู่ที่ประตูด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีผลประโยชน์ร่วมกัน

ขณะเกิดเหตุคดีนี้ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๒๒ เวลาประมาณ ๑๔.๒๐ นาฬิกา จำเลยที่ ๑ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือในกิจการของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ขับรถยนต์เก๋งรับจ้างคันดังกล่าวไปตามถนนพระราม ๔ จากด้านคลองเตยโฉมหน้าไปทางแยกศาลาแดงด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เมื่อขับรถมาถึงบริเวณสี่แยกวิทยุ ได้เลี้ยวขวาเพื่อจะกลับรถไปทางด้านคลองเตยที่เกาะกลางถนนด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวพุ่งเข้าชนรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ๒ ก-๙๘๕๓ ของนายแสงชัยซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายในระหว่างอายุประกันภัย โจทก์ได้จ่ายค่าซ่อมเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทจึงได้รับช่วงสิทธิ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือถูกว่าจ้างจากจำเลยที่ ๒รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๑ ท-๓๗๒๕ เป็นของจำเลยที่ ๒ จริง แต่จำเลยที่ ๑เช่าไปเป็นรายวัน จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๒ เข้าร่วมกับจำเลยที่ ๓ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยซึ่งบังคับให้รถยนต์รับจ้างคนโดยสารสาธารณะประกอบกิจการค้าในรูปของสหกรณ์เท่านั้นจำเลยที่ ๒ ต้องชำระค่าใช้สิทธิของจำเลยที่ ๓ เป็นรายเดือน จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างและไม่ได้ขับขี่รถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกับจำเลยที่ ๒ เหตุที่รถยนต์ชนกันเป็นเพราะนายแสงชัยขับด้วยความประมาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันรับผิด ใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ ไม่ได้บรรยายเกี่ยวกับตัวการตัวแทน ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ในเรื่องตัวการแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๒๑ ประกอบด้วยมาตรา ๔๒๗ จึงเป็นการพิพากษานอกฟ้องไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องข้อ ๑ วรรคสุดท้ายไว้โดยชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งรับจ้างสาธารณะคันหมายเลขทะเบียน ๑ ท-๓๗๒๕ และนำไปวิ่งร่วมกับจำเลยที่ ๓ โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะคันดังกล่าวเป็นประจำ หรือจำเลยที่ ๓ ยอมให้จำเลยที่ ๑ เชิดจำเลยที่ ๓ ออกแสดงเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ โดยการขับรถยนต์สาธารณะคันดังกล่าวซึ่งมีตราหรือเครื่องหมายอันเป็นสัญญลักษณ์ของจำเลยที่ ๓ ติดอยู่ที่ประตูด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าวและยังบรรยายฟ้องต่อไปอีกว่า

จำเลยที่ ๒และที่ ๓ มีผลประโยชน์ร่วมกันในการใช้รถยนต์คันดังกล่าวรับจ้างขนส่งผู้โดยสารจำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ด้วย แสดงให้เห็นว่านอกจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิดฐานเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ยังฟ้องขอให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในฐานะจำเลยที่ ๓ เชิดให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๓ ด้วย เมื่อคดีได้ความว่า จำเลยที่ ๓ ยอมให้จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์รับจ้างสาธารณะคันเกิดเหตุออกวิ่งรับคนโดยสารในนามสหกรณ์แท็กซี่กรุงเทพ จำกัดซึ่งเป็นชื่อของจำเลยที่ ๓ โดยเปิดเผย โดยจำเลยที่ ๓ มีผลประโยชน์จากจำเลยที่ ๒ผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว เท่ากับจำเลยที่ ๓ เชิดให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๓ นั่นเอง

บุคคลทั่วไปย่อมเข้าใจว่าจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างสาธารณะรับบรรทุกคนโดยสารในกิจการของจำเลยที่ ๓ เองจำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองรถยนต์รับจ้างสาธารณะคันดังกล่าวและได้นำเข้าวิ่งร่วมกับจำเลยที่ ๓ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันรับผิดในเรื่องตัวการตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๑ ประกอบมาตรา ๔๒๗ จึงเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีโดยตรง หาเป็นการพิจารณานอกฟ้องดังจำเลยฎีกาไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปลิว พลชัย
ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้