Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10701/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินได้จากการเล่นพนันสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) แม้เป็นเงินได้ที่มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เงินได้จากการพนันหวยใต้ดินไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ เมื่อโจทก์ทั้งสามไม่สามารถพิสูจน์ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ จึงไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายแก่โจทก์ทั้งสามได้ แม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มิได้เป็นเจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ของผู้ต้องเสียภาษีอากรตามประเด็นที่เจ้าพนักงานประเมิน และผู้ที่ต้องเสียภาษีอากรได้อุทธรณ์การประเมินไว้ การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินมิใช่เป็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาประเด็นอื่นนอกเหนือจากที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินและผู้อุทธรณ์มิได้อุทธรณ์การประเมิน แต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทำการแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินในส่วนของค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง แม้จะมีผลทำให้โจทก์ทั้งสามต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษีพิพาทเพิ่มขึ้นจากที่เจ้าพนักงานประเมินไว้ก็ตาม ทั้งตาม ป.รัษฎากร มาตรา 31 วรรคสอง ก็บัญญัติว่า ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น ผู้อุทธรณ์จะต้องชำระภายในกำหนดเวลาเช่นเดียวกับวรรคก่อน ซึ่งกรณีดังกล่าวคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่จำต้องต้องยกเลิกการประเมินของจำเลยที่ 1 เพื่อให้ทำการประเมินใหม่ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 12 ) เลขที่ 11830010-25481129-001-00004 ถึง 11830010-25481129-001-00006 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ สภ.3 (อธ.1.2)/148/2549 ถึงสภ.3 (อธ.1.2)/150/2549 และให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 12) แก่โจทก์ทั้งสาม ประจำปีภาษี 2545 (ครึ่งปี) ประจำปีภาษี 2545 และประจำปีภาษี 2546 (ครึ่งปี) เลขที่ 11830010-25481129-001-00004 ถึง 11830010-25481129-001-00006 โดยประเมินเงินได้จากการพนันหวยใต้ดินรวมสามฉบับคิดเป็นค่าภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,980,005 บาท

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์การประเมินคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.3 (อธ.1.2)/148/2549 ถึง สภ.3 (อธ.1.2)/150/2549 ให้เรียกเก็บภาษีและเบี้ยปรับรวมทั้งสามฉบับคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 18,301,740.91 บาท โจทก์ทั้งสามไม่เห็นด้วยจึงนำมาฟ้องเป็นคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามประการแรกว่า เงินที่โจทก์ทั้งสามได้จากการเล่นพนันหวยใต้ดิน เป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ โดยโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่า เงินได้ที่จำเลยที่ 1 จะเรียกเก็บภาษีได้ต้องเป็นเงินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย หากจำเลยที่ 1 เรียกเก็บภาษีจากเงินได้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นการรับส่วนแบ่งจากกิจการที่ผิดกฎหมายนั้น เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 39 บัญญัติว่า เงินได้พึงประเมิน หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดภาษีเงินได้ ซึ่งการเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (8) บัญญัติว่า เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม

การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) เมื่อโจทก์ทั้งสามยอมรับแล้วว่ามีเงินได้จากการเล่นพนันสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) แม้เงินได้ดังกล่าวจะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (7) จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามต่อมาว่า โจทก์ทั้งสามมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีพิพาทจำนวนเท่าใด ที่โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ในทำนองว่า เอกสารที่ฝ่ายโจทก์ทั้งสามจัดทำขึ้นแม้ไม่มีการรับรองโดยผู้สอบบัญชีอันเป็นบุคคลภายนอกร่วมตรวจสอบเป็นที่น่าเชื่อถือได้ เนื่องจากโจทก์ทั้งสามนำตัวเลขตามรายการบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์มาคำนวณสรุปรายการ และการที่จำเลยที่ 1 นำเงินฝากทั้งหมดในบัญชีประเภทออมทรัพย์มาเป็นฐานภาษี โดยไม่พิจารณาว่าในวันที่เปิดบัญชีออมทรัพย์โจทก์ทั้งสามมีเงินทุนซึ่งมิใช่เงินได้พึงประเมินจำนวน 2,500,000 บาท อีกทั้งเงินที่เข้าบัญชีบางรายการมีการหักล้างตัวเงินออกจากบัญชีในจำนวนเงินที่เท่ากัน

การที่จำเลยที่ 1 นำเฉพาะเงินที่นำเข้าฝากโดยไม่คำนึงถึงเงินที่หักออกจากบัญชี ทำให้เงินได้พึงประเมินที่คำนวณออกมาสูงเกินความเป็นจริงนั้น เห็นว่า แม้เอกสารที่โจทก์ทั้งสามอ้างดังกล่าวได้สรุปข้อมูลจากตัวเลขในรายการบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ซึ่งจะน่าเชื่อถือหรือไม่ก็ตาม แต่เงินได้พึงประเมินจากการเล่นพนันหวยใต้ดินต้องถือตามจำนวนเงินที่โจทก์ทั้งสามรับซื้อโดยไม่หักจำนวนเงินที่ผู้ซื้อหวยใต้ดินได้รับจากโจทก์ทั้งสาม อันเนื่องมาจากมีตัวเลขตรงกับรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่ได้มีการตกลงกับโจทก์ทั้งสาม การที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่า โจทก์ทั้งสามไม่มีเงินได้สุทธิ เนื่องจากยอดเงินคงเหลือสุทธิมีผลขาดทุนนั้น เมื่อสภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามไม่ได้โต้แย้งจำนวนเงินได้พึงประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าพนักงานประเมิน

ฉะนั้น การที่โจทก์ทั้งสามนำสืบว่า ประมาณเดือนมกราคม 2545 โจทก์ทั้งสามกับพวกได้นำเงินจำนวน 2,500,000 บาท ฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต โดยโจทก์ทั้งสามนำตัวเลขเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์มาสรุปผลปรากฏว่า โจทก์ทั้งสามกับพวกมีเงินได้ในปีภาษี 2545 (ครึ่งปี) รวม 4,924,965 บาท ปีภาษี 2545 รวม 12,217,253.64 บาท และปีภาษี 2546 (ครึ่งปี) รวม 7,957,868 บาท จึงเป็นการนำสืบพยานหลักฐานนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ทั้งสาม ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสามมีเงินได้พึงประเมินตามที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินไว้ ดังนั้นที่โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ต่อไปว่า การประกอบกิจการของโจทก์ทั้งสามประสบผลขาดทุน ไม่มีเงินได้สุทธิที่นำมาคำนวณเป็นเงินภาษีได้ โจทก์ทั้งสามจึงต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้พึงประเมินจึงฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามข้อต่อไปว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ เพียงใด โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่า แม้โจทก์ทั้งสามจะพิสูจน์ค่าใช้จ่ายไม่ได้ แต่มติ กพอ. ครั้งที่ 11/2522 ข้อ 2.2 ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 75 นั้น เห็นว่า เงินได้พึงประเมินจากการพนันหวยใต้ดินไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ ประกอบกับโจทก์ทั้งสามไม่สามารถพิสูจน์ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ จึงไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ทั้งสามได้ ส่วนที่โจทก์ทั้งสามอ้างมติ กพอ. ครั้งที่ 11/2522 ข้อ 2.2 ว่ายอมให้หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 75 นั้น โจทก์ทั้งสามมิได้นำสืบพยานหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ทั้งสาม ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ตามที่โจทก์ทั้งสามอ้าง ดังนั้น โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายจากเงินดังกล่าว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามต่อไปว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่หักค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ทั้งสามตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ทำให้โจทก์ทั้งสามเสียภาษีเงินได้มากกว่าที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินไว้ ทั้งที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ใช่เจ้าพนักงานประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะต้องยกเลิกการประเมินของจำเลยที่ 1 เพื่อให้ทำการประเมินใหม่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า แม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มิได้เป็นเจ้าพนักงานประเมิน และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ของผู้ต้องเสียภาษีอากรตามประเด็นที่เจ้าพนักงานประเมินและผู้ที่ต้องเสียภาษีอากรได้อุทธรณ์การประเมินไว้

การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน มิใช่เป็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาประเด็นอื่นนอกเหนือจากที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินและผู้อุทธรณ์มิได้อุทธรณ์การประเมิน แต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทำการแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินในส่วนของค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง แม้จะมีผลทำให้โจทก์ทั้งสามต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษีพิพาทเพิ่มขึ้นจากที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินไว้ก็ตาม ทั้งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 31 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น ผู้อุทธรณ์จะต้องชำระภายในกำหนดเวลาเช่นเดียวกับวรรคก่อน ซึ่งกรณีดังกล่าวคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่จำต้องยกเลิกการประเมินของจำเลยที่ 1 เพื่อให้ทำการประเมินใหม่ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่า การเล่นพนันหวยใต้ดินไม่ใช่ภัยร้ายแรงต่อสังคมหรือบ่อนทำลายชาติ และการที่โจทก์ทั้งสามไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะจะเป็นหลักฐานแสดงถึงความผิดในการเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน โจทก์ทั้งสามไม่มีเจตนาจะหลีกเลี่ยงในการเสียภาษี และเมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้เลิกการเป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน โจทก์ทั้งสามก็เลิกตามนโยบายดังกล่าว โจทก์ทั้งสามจึงขอให้ลดหย่อนเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายนั้น เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามแล้ว โจทก์ทั้งสามมิได้ให้เหตุผลไว้โดยชัดแจ้งว่า คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่ลดหรืองดเบี้ยปรับแก่โจทก์ทั้งสาม นอกเหนือไปจากที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยลดให้นั้นไม่ถูกต้องอย่างไร จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี ศรีอรุณ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายศรีณัฐ พสุนธราธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้