Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเอารถพิพาทวิ่งรับจ้างหาประโยชน์เป็นการส่วนตัวหรือแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าโจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยเอารถออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ในฐานะที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ซึ่งโจทก์จะต้องร่วมรับผิดชอบในกำไรและขาดทุน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอแบ่งผลกำไรหรือรายได้ที่จำเลยหาได้เป็นการส่วนตัว และรายได้นี้ไม่ถือเป็นดอกผลนิตินัย รถพิพาทเป็นรถที่โจทก์จำเลยร่วมกันซื้อไว้ให้เป็นรถของหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยหรือเป็นทำนองโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของรถพิพาทร่วมกัน การใช้สิทธิใด ๆ ของจำเลยต่อรถ จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือใช้สิทธิที่ไม่ขัดต่อสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และ 1360 การที่จำเลยเอารถพิพาทออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ทำให้รถเสื่อมคุณภาพสึกหรอ ทำให้โจทก์เสียหายนั้นเป็นการที่จำเลยใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และขัดต่อสิทธิของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง โจทก์ก็จำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า คดีของโจทก์มิได้ขาดอายุความ แต่โจทก์มิได้นำสืบดังกล่าว รูปคดีก็ต้องฟังว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความดังที่จำเลยต่อสู้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า

โจทก์ฟ้องขอเลิกหุ้นส่วนรถยนต์กับจำเลย ศาลได้พิพากษาให้เลิกหุ้นส่วนแล้ว โจทก์จึงขอแบ่งเงินจากการเข้าหุ้นส่วน และปรากฏว่าจำเลยได้นำเอารถยนต์ไปใช้แต่ผู้เดียวทำให้เสื่อมคุณภาพและสึกหรอ เจ้าพนักงานบังคับคดีขายรถได้ราคาต่ำขาดจากราคาหุ้นไป จำเลยต้องรับผิดชอบ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระให้แก่โจทก์เป็นเงินรวม ๒๕,๐๐๐ บาท จำเลยสู้ว่า จำเลยมิได้ใช้รถ รถเสื่อมคุณภาพตั้งแต่ยังเป็นหุ้นส่วนกัน

โจทก์ฟ้องขอให้เลิกหุ้นและเรียกคาเสียหายมากว่า ๑๐ ปีแล้ว มาฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก เป็นฟ้องซ้ำ และขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด แต่ขอแบ่งกำไรในระหว่างเป็นความกัน คดีไม่ขาดอายุความและไม่ฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอแบ่งกำไรได้ ส่วนค่าเสื่อมคุณภาพและสึกหรอ โจทก์มิได้กล่าวอย่างไร เมื่อจำเลยไม่มาตามนัดของศาลที่โจทก์ขอเรียกมาเพื่อตกลงกันเรื่องรถ โจทก์ก็ต้องยอมขาดทุน ให้จำเลยใช้เงิน ๒,๒๘๗.๕๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยได้นำรถพิพาทออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์และเอารถพิพาทให้เช่า ให้แบ่งเงินให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยไม่คัดค้าน คดีฝ่ายจำเลยจึงยุติ ที่โจทก์ฎีกาควรได้แบ่งผลกำไรมากกว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาแบ่งให้นั้น เห็นว่าโจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยเอารถออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ในฐานะที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ซึ่งโจทก์จะต้องร่วมรับผิดชอบในกำไรและขาดทุน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอแบ่งผลกำไรหรือรายได้ที่จำเลยหาได้เป็นการส่วนตัวและรายได้นี้ไม่ถือเป็นดอกผลนิตินัย ส่วนการที่จำเลยเอารถพิพาทออกวิ่งรับจ้างเป็นการส่วนตัวและเป็นเหตุให้รถพิพาทเสื่อมคุณภาพสึกหรอ โจทก์ควรได้ค่าเสียหายหรือไม่นั้น

เห็นว่า รถพิพาทเป็นรถที่โจทก์จำเลยร่วมกันซื้อไว้ให้เป็นรถของหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลย หรือเป็นทำนองโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของรถพิพาทร่วมกัน การใช้สิทธิใด ๆ ของจำเลยต่อรถ จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือใช้สิทธิที่ไม่ขัดต่อสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๑ และ ๑๓๖๐การกระทำของจำเลยเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และขัดต่อสิทธิของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ แต่จำเลยให้การต่อสู้ไว้ว่า โจทก์หาว่าจำเลยทำละเมิด โจทก์รู้แล้วแต่มิได้ฟ้องภายใน ๑ ปี คดีขาดอายุความ โจทก์จำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคดีของโจทก์มิได้ขาดอายุความ แต่โจทก์มิได้นำสืบดังกล่าวรูปคดีก็ต้องฟังว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความดังที่จำเลยต่อสู้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายแผ้ว ศิวะบวร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้