Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดี ในคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองที่ขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยนั้นได้แนบใบมอบอำนาจและสัญญากรมธรรม์ประกันภัยมาท้ายคำฟ้องด้วย จึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง ฉะนั้น แม้ชื่อในใบมอบอำนาจและในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจะไม่ตรงกับชื่อโจทก์ในคำฟ้อง แต่ก็มีเหตุให้เชื่อได้ว่าความจริงเป็นคนเดียวกัน โจทก์ที่ 1 จึงอาศัยใบมอบอำนาจดังกล่าวฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ได้ เมื่อจำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องร้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายตามสัญญาดังกล่าวได้โดยมิต้องคำนึงว่าโจทก์จะได้เป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้หรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ใช้ชื่อว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพูนทรัพย์ คดีนี้โจทก์ที่ ๒ มอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ ๑ ได้เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ที่ ๒ และโจทก์ที่ ๑ ได้นำไปประกันภัยไว้กับจำเลยในนามของโจทก์ที่ ๒ ต่อมาในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย รถยนต์ดังกล่าวได้ถูกคนร้ายปล้นไปและถอดเอาอุปกรณ์ประจำไปเกือบทั้งหมด จำเลยแจ้งให้โจทก์จ่ายเงินค่าซ่อมแซมไปก่อน โจทก์จึงได้นำไปซ่อมและออกเงินไปก่อนเป็นจำนวน ๑๐๙,๘๕๑ บาท แต่จำเลยไม่ยอมชดใช้ให้ จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความฟ้องร้องในนามของโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยโจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ ๒ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๒๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๒๒

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ ๑แทนโจทก์ที่ ๒ ว่า ตามใบมอบอำนาจท้ายฟ้องนั้น โจทก์ที่ ๑ ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีนี้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพูนทรัพย์ (๑๙๗๒) โดยนายปรีดา รวมเมฆ หุ้นส่วนผู้จัดการ เป็นผู้มอบอำนาจ แต่โจทก์ที่ ๒ ใช้ชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพูนทรัพย์ ซึ่งไม่ตรงกันกับชื่อของห้างหุ้นส่วน ฯ ตามใบมอบอำนาจ โจทก์ที่ ๑ จึงไม่มีอำนาจฟ้องดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ที่ ๒ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ในคำฟ้องของโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ ที่ขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย นั้น โจทก์ทั้งสองได้แนบใบมอบอำนาจและสัญญากรมธรรม์ประกันภัยมาท้ายคำฟ้องด้วย ใบมอบอำนาจและสัญญากรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องคดีนี้ ฉะนั้น แม้ชื่อของห้างหุ้นส่วน ฯ ตามใบมอบอำนาจและในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจะไม่ตรงกันกับชื่อของห้างหุ้นส่วน ฯ โจทก์ที่ ๒ ในคำฟ้องซึ่งตกคำว่า "๑๙๗๒" ไปก็ตาม แต่ก็มีเหตุให้เชื่อได้ว่าความจริงห้างหุ้นส่วน ฯ โจทก์ที่ ๒ ตามที่ระบุชื่อไว้ในฟ้องนั้นเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีพูนทรัพย์ (๑๙๗๒) ผู้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๑ ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนนั้นเอง โจทก์ที่ ๑ จึงอาศัยใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ที่ ๒ ได้

จำเลยฎีกาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์อีกประการหนึ่งว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้จ่ายเงินค่าซ่อมแซมรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้แต่เพียงผู้เดียว โจทก์ที่ ๒ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าซ่อมแซมรถยนต์ได้จากจำเลย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้โจทก์ที่ ๒ ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย เมื่อข้อเท็จจริงรับกันแล้วว่าจำเลยเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันตามฟ้องไว้จากโจทก์ที่ ๒ ต่อมาในระหว่างระยะเวลาประกันภัย รถยนต์คันนี้ถูกปล้นเอาไป อุปกรณ์ประจำรถได้รับการสูญหายไป ซึ่งตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยตกลงไว้ให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหาย ดังนี้ โจทก์ที่ ๒ จึงมีสิทธิฟ้องร้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยนั้นได้ โดยมิพักต้องคำนึงว่าโจทก์ที่ ๒ จะได้เป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ไปเองหรือไม่ ฎีกาจำเลยเกี่ยวกับอำนาจฟ้องทั้ง ๒ ข้อฟังไม่ขึ้น วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ ๒ มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้เพียง ๙๓,๕๐๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นจำนวน ๙๓,๕๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายถวิล ตรีเพชร
ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้